Thursday, February 20, 2020

1-วัฒนธรรม

เปิดประตูวัฒนธรรมญี่ปุ่นเอกลักษณ์อันละเมียดละไมและวัฒนธรรมอีกหลากหลาย ตั้งแต่วัฒนธรรมการต้อนรับแบบโอโมเตนาชิ ชุดกิโมโน จนไปถึงอะนิเมะ คอสเพล

บริเวณ Togakushi: ประวัติศาสตร์แห่งนินจาปกคลุมธรรมชาติอันน่าทึ่ง

ศาลเจ้า Togakushi Jinja ตำมรอยตำนานอันลึกลับและสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้า Togakushi ประกอบด้วยศาลเจ้า 5 แห่งซึ่งตั้งอยู่บนตีนภูเขาโทงาคุชิ เทวตำนานของญี่ปุ่นกล่าวว่า ตอนที่เทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์ "Amaterasu" ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำเพราะความโศกเศร้า โลกก็ตกอยู่ในความมืดมิด เทพองค์อื่นๆ พยายามล่อเธอออกมา จนในที่สุดก็สามารถเหวี่ยงประตูหินทิ้งไปได้สำเร็จ จุดที่ประตูหินตกลงไปกลายเป็นภูเขาโทงาคุชิ (ความหมายตรงตัวคือ "ประตูแห่งการซ่อนตัว") ดวงอาทิตย์จึงกลับสู่โลกของเราด้วยประการฉะนี้ ไม่ว่าเทวตำนานจะจริงหรือไม่ ที่นี่ก็มีการบูชาทวยเทพผู้ปรากฏในเรื่องราวอยู่ดี เรียกได้ว่าเทวตำนานนี้ หรือที่มีชื่อว่า “Ama no Iwato Hiraki” (ตำนวนแห่การเปิดประตูถ้ำหิน) ช่วยเพิ่มมนต์เสน่ห์ให้กับโทงาคุชิ คลิกเพื่อดูสถานที่ท่องเที่ยวจากแผนที่ ศำลเจ้ำ Togakushi ทั้ง 5 1....

บริเวณ Matsushiro: เมืองประวัติศาสตร์ของซามูไรและปราสาทอันทรงพลัง

ถ้าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ยิ่งต้องมาเยือนที่เมืองนะงะโนะ เพราะในย่านประวัติศาสตร์นี้เราจะได้เจอทั้งนินจาและซามูไรเหมือนในเกมหรือมังงะ แต่กลับเป็นตัวจริงเสียงจริงที่เล่นอย่างสมบทบาท Matsushiro ประชันหน้ากับแม่น้ำและมีภูเขาเป็นพื้นหลัง จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มั่นคงมาตั้งแต่ยุคสงครามในศตวรรษที่ 16 หลังรัฐบาลโชกุนโตกุกาวะนำความสงบและมั่นคงมาสู่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง กองทัพซานาดะ - ซึ่งมีนักรบที่แข็งแกร่งที่สุด ถูกส่งมายัง Matsushiro และได้ปกครองอาณาเขตมากว่า 200 ปี ในปัจจุบันที่นี่กลายเป็นเมืองเล็กๆ ที่ยังหลงเหลือบ้านของซามูไรและร่องรอยอดีตให้ทุกคนได้มาหวนนึกถึง คลิกเพื่อดูสถานที่ท่องเที่ยวจากแผนที่ บริเวณปราสาทมัตสึชิโระ ปราสาทมัตสึชิโระถูกเผาทำลายและมีการสร้างขึ้นใหม่ในภายหลัง จะได้เห็นว่าเมืองปราสาทแห่งนี้ประกอบขึ้นด้วยหินกว่า 100,000 ก้อนอยู่รอบปราสาทมัตสึชิโระ สามารถเดินเยี่ยมชมประตูปราสาท สะพานไม้ กำแพงหิน กำแพงดิน และคูน้ำรอบปราสาทที่สวยงามได้ เวลาทำการ: 9:00-17:00 น. ค่าเข้า: ฟรี การเดินทาง: 30 นาที โดยรถบัส...

บริเวณสถานี Nagano: ศูนย์รวมแห่งวัฒนธรรม วัดอันงดงาม และสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์

วัด Zenkoji ดึงดูดนั่งท่องเที่ยวมากมายที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณ ท่ามกลางหุบเขาอันร่มรื่นจะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณจากผู้คนที่มาสักการะเป็นประจำ ตั้งแต่ 1,400 ปีก่อน เมื่อวัดนี้ถูกค้นพบตัววัดที่เป็นไม้แกะสลักสวยงามเป็นสัญลักษณ์แห่งการยอมรับและเป็นที่รู้จักว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับนักแสวงบุญมากหน้าหลายตามาต้ังแต่ยุคเฮอัน วัด Zenkoji เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และตำนาน วัด Zenkoji เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่มาก มีการสักการะบูชาสืบต่อกัน มาหลายต่อหลายรุ่นเป็นเวลากว่า 1,400 ปี กล่าวกันว่า พระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานอยู่ที่นี่นั้น เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น และยัง ไม่เคยมีใครได้รับอนุญาตให้เข้าชม จึงเป็นที่รู้จักในนามของ “พระพุทธรูปลับ” ถนนปูหินซึ่งนำสู่ตัววัดนั้นเรียงรายไปด้วยร้าน จำหน่ายของที่ระลึก ร้านโซบะ และที่พักแรมของวัดเพื่อให้บริการ ผู้ที่มาสักการะและนักท่องเที่ยว วัด Zenkoji ดึงดูดผู้มาเยือน มากมายจากทั่วประเทศและทั่วโลก คลิกเพื่อดูสถานที่ท่องเที่ยวจากแผนที่ มีไกด์นำเที่ยวให้บริการฟรี มีไกด์นำเที่ยวให้บริการฟรีสำหรับผู้สนใจเรียนรู้ เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และภูมิหลังทางวัฒนธรรมของนะงะโนะและวัด...

ร้าน Moshi Moshi Kimono Salon โดย Yumenoya ในฮาราจูกุ!

ร้าน Moshi Moshi Kimono Salon เริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของMoshi Moshi Harajuku Tourist Information Center จะนำคุณไปเปิดประสบการณ์สุดพิเศษและตราตรึงใจเป็นที่สุด! แสดงความเป็นตัวตนของคุณออกมาให้โลกเห็นที่ฮาราจูกุและคุณยังสามารถแต่งกิโมโนแบบแฟนซี ที่ร้านนี้มีบริการชุดกิโมโนตั้งแต่แบบดั้งเดิมซึ่งเป็นแบบสมัยไทโช (พ.ศ. 2455-2469) จนไปถึงแบบสมัยใหม่ผสมผสานแฟชั่นฮาราจูกุ คุณสามารถเลือกกิโมโนที่มากมายหลากหลายแบบ เช่น ชุดกิโมโนสไตล์โกธิคโลลิต้า ชุดกิโมโนแบบโลลิต้า ชุดกิโมโนที่มีสีสันสดใส ชุดกิโมโนเจ้าหญิง ชุดกิโมโนแบบดั้งเดิมและอื่นๆอีกมากมาย!   คุณYuka คือแฟชั่นดีไซเนอร์ของแบรนด์ Wagakki และยังเป็นผู้ออกแบบกิโมโนแฟนซีอีกด้วย คุณสามารถถ่ายรูปในสตูดิโอที่มีฉากหลังเป็นบานประตูมุงด้วยกระดาษสีสันสดใสสวยงาม ออกแบบโดยนักออกแบบชื่อดังคุณ Sebastian Masuda...

วัฒนธรรม”ดาเตะ” ที่บ่มเพาะโดยมาซามุเนะ

 มากกว่าแค่นักรบ ถือกำเนิดในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นมีสงครามกลางเมืองระบาดไปทั่วในระหว่างยุคเซนโกะคุ (กลางศตวรรษที่ 15 จนถึงปลายศตวรรษที่ 17) มาซามุเนะสร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วและกลายมาเป็นนักรบเจ้ากลยุทธ์ โหดเหี้ยมและทะเยอทะยานตั้งแต่อายุยังน้อย ได้รับการขนานนามว่า “โดคุกังริว” (มังกรตาเดียว เพราะเขาสูญเสียตาข้างหนึ่งให้กับไข้ฝีดาษตั้งแต่อายุยังน้อย) ในค.ศ. 1604 โทคุงะวะ อิเอะยะสุ ไดเมียวผู้รวมประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์ภายใต้การปกครองแบบรวมศูนย์ มอบรางวัลแก่มาซามุเนะเป็นฐานะเจ้าที่ดินในอาณาเขตเซนไดเพื่อตอบแทนความภักดีของเขา ทำให้เขาเป็นไดเมียวที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาค ตรงข้ามกับชื่อเสียงที่น่าหวาดกลัวของเขา มาซามุเนะเป็นบุรุษผู้มีการศึกษาและผู้อุปถัมภ์ศิลปะแขนงต่างๆ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดความสนใจที่เขามีต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของภูมิภาค ซึ่งทั้งสองสิ่งสามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงยุคโบราณ ด้วยความต้องการให้เซนไดแข่งขันกับภูมิภาคเกียวโต-โอซาก้า เขาทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อขยายการค้าและทำให้อาณาบริเวณสวยงาม โทโฮคุ ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ห่างไกลของญี่ปุ่น รุ่งโรจน์ในฐานะที่หมายสำหรับการท่องเที่ยวและการค้าอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มาซามุเนะโอบรับประเพณีดั้งเดิม เขาก็ยังเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องโอบรับชาวต่างชาติด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีและความรู้ของพวกเขา เขากระตุ้นให้ชาวต่างชาติมาเยี่ยมเยือนภูมิภาคของเขา และถึงขั้นส่งทูตไปกับฆวน เบาทิสตา (เรือที่สร้างด้วยเทคโนโลยีของยุโรป)...

เทศกาลฤดูหนาวหลากหลายในโทโฮคุ

โทโฮคุปกคลุมไปด้วยผืนหิมะหนาราวกับผ้าห่มสีขาวโพลนในฤดูหนาว รอคอยฤดูใบไม้ผลิที่จะตื่นขึ้นจากนิทราอย่างเงียบงัน คุณอาจไม่ตระหนัก แต่งานเทศกาลมากมายเกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลานี้ที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ทำความรู้จักวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นและวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้มากขึ้นด้วยการอ่านเรื่องราวของการเฉลิมฉลองเหล่านี้ เทศกาลฮะจิโนะเฮะ เอ็นบุริ - เต้นขอพรเพื่อการเก็บเกี่ยวที่ดี เมืองฮะจิโนะเฮะในอะโอโมริมีเทศกาลเอ็นบุริทุกปีตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 20 กุมภาพันธ์เพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ เทศกาลฮะจิโนะเฮะ เอ็นบุริ มีประวัติศาสตร์ถึง 800 ปี กล่าวกันว่าริเริ่มขึ้นโดยชาวนาผู้มีชื่อว่าฟูจิคุโระ เขาส่งเสริมให้มีการร้องเพลงและเต้นรำ แทนการกินดื่มและทะเลาะเบาะแว้งกันในระหว่างวันหยุดปีใหม่ ขบวนพาเหรดเอ็นบุริ นำโดยนักเต้นที่เป็นตัวแทนของฟูจิคุโระ ประกอบไปด้วยผู้คนที่เล่นฉาบ กลอง ฟลูต และมีการแสดงเต้นที่สื่อถึงฉากต่างๆ ของการทำนา เช่น การเพาะปลูก การหว่านเมล็ดและการขอพรเพื่อการเก็บเกี่ยว ยังมีการเต้นเอ็นบุริอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งจัดจ้านและมีสีสันกว่า นักเต้นกระแทกพื้นด้วยท่อนไม้ ส่งสัญญาณให้เทพเจ้าแห่งข้าวตื่นขึ้นจากการหลับใหล ฮะจิโนะเฮะ สถานี Hachinohe...

เทศกาลคามาคุระ (เทศกาลกระท่อมหิมะ): สื่อความหมายลึกซึ้งกว่าแค่บ้านอิกลู

เทศกาลคามาคุระ มักจัดขึ้นในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเป็นครั้งแรกหลังขึ้นปีใหม่ กลางเดือนกุมภาพันธ์ ตามจันทรคติ เพื่อขอพรให้บ้านเรือนและผลผลิตที่เก็บเกี่ยวมาได้ปลอดภัย นี่เป็นงานประเพณีดั้งเดิมของโทโฮคุ อย่างไรก็ตามเทศกาลคามาคุระ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีแค่คามาคุระ หรือบ้านอิกลูเท่านั้น เทศกาลนี้มีแค่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน เทศกาลโรคุโก คามาคุระมีการต่อสู้ด้วยไม้กระบอง บริเวณโรคุโกในจังหวัดอะคิตะของเมืองมิซาโตะมีการจัดเทศกาลคามาคุระขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 15 กุมภาพันธ์ทุกปี มีกิจกรรมมากมาย เช่น การเขียนคำอธิษฐานของแต่ละคนลงในกระดาษสี การสร้างบ้านอิกลู การเข้าร่วมการหรือการรับชม "การทำนายโชค" ซึ่งเป็นการต่อสู้ด้วยไม้กระบอง และการก่อกองไฟจากฟางเพื่อเผากระดาษอธิษฐานขอพร เทศกาลที่โรคุโกคามาคุระเป็นส่วนผสมของพิธีกรรมสำหรับการเก็บเกี่ยวที่สืบย้อนไปได้ถึงยุคยาโยอิ (ก่อนคริสตกาล 300 ปี จนถึง ค.ศ. 300) และประเพณีในการเผาเทนปิทสึ (tenpitsu - กระดาษคำอธิษฐาน)...

วัฒนธรรมนามาฮาเงะ: การใช้ชีวิตกับห้วงเวลา

ในสังคมเกษตรกรรม ซึ่งชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับลมฟ้าอากาศ ผู้คนบูชาเทพเจ้าจากสวรรค์ที่งานเทศกาลในวันหยุด นักขัตฤกษ์ และสวดมนต์เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร รวมทั้งเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายและนำโชคดีให้เข้ามา สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพิธีกรรมเพื่อบูชาเทพเจ้าได้แปรเปลี่ยนมาเป็นเทศกาลพื้นบ้านดั้งเดิมในสมัยใหม่ วัฒนธรรมนามาฮาเงะที่ทำให้ผู้คนในเมืองโองะ จังหวัดอะคิตะหวาดผวาก็เช่นกัน นะมะฮะเกะคืออะไร? นามาฮาเงะ (なまはげ) เป็นงานพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของคาบสมุทรโองะ ในเมืองโองะ จังหวัดอะคิตะ คำนี้มีที่มาจากการผสมคำในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงผื่นแดง (namomi) จากการอยู่หน้ากองไฟเป็นเวลานานเพื่อหลีกเลี่ยงความหนาวเย็นในฤดูหนาว กับคำว่าฉีกขาด (hagu) จากสภาพของผิวหนัง ปีศาจที่คอยเตือนผู้คนที่อู้จากการงานและการเรียนได้กลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อนามาฮาเงะ มีทฤษฎีต่างกันไปว่าด้วยต้นกำเนิดของปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวนี้ หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องราวในตอนที่จักรพรรดิอู่แห่งราชวงศ์ฮั่นนำปีศาจมาห้าตน ย้อนกลับไปในสมัยดังกล่าว มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเดือดร้อนจากการกระทำของปีศาจทั้งห้า เพื่อต่อสู้กับปัญหานี้ จึงมีการทำสัญญากับปีศาจขึ้น ถ้าปีศาจสามารถสร้างขั้นบันไดหินที่นำทางไปสู่ Goshado ได้ในหนึ่งคืน พวกเขาจะมอบเด็กหญิงให้เป็นการตอบแทน แต่หากปีศาจล้มเหลว จะต้องออกไปจากหมู่บ้านตลอดกาล ปีศาจทั้งห้าตนทำขั้นบันไดหินไปจนถึงขั้นที่ 999 แต่เมื่อพวกมันกำลังจะวางหินก้อนสุดท้ายลงไป...

เรื่องเบื้องหลัง “ฝาท่อ” ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีของหน้าตาสวยน่ารักมาให้เราได้ชมอยู่ไม่ขาด ตั้งแต่แผ่นมาส์ก ไปจนถึงขนมหวาน และเครื่องเขียนเก๋ๆ เรียกได้ว่าคนญี่ปุ่นใส่ใจในการออกแบบทุกสิ่งให้มีภาพลักษณ์ที่น่าดึงดูดอยู่เสมอ สิ่งหนึ่งที่ชาวญี่ปุ่นออกแบบจนมีชื่อเสียงโด่งดังในแง่ความเป็นศิลปะก็คือฝาท่อ (manhole cover) นั่นเอง เทศบาลของแต่ละเมืองต่างมุ่งมั่นที่จะเอาชนะเมืองอื่นๆ ในการออกแบบฝาท่อที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยที่ยังคงแสดงออกถึงลักษณะเด่นของเมืองได้ด้วย ลวดลายที่สวยงามเหล่านี้ดึงดูดสายตาของผู้ที่ได้พบเห็น ทั้งในญี่ปุ่นและในต่างประเทศ จนมีกลุ่มผู้นิยมฝาท่อญี่ปุ่นกระจายตัวอยู่ทั่วโลก บนโลกออนไลน์ก็มีทั้งหนังสือรวมภาพและเว็บไซต์ที่อุทิศให้กับการเดินทางตามรอยฝาท่อ งานออกแบบฝาท่อ และสถานที่ที่ตามไปชมฝาท่อได้ให้ค้นหาอยู่มากมาย ทำไมชาวญี่ปุ่นถึงใช้ความพยายามอย่างมากในการออกแบบฝาท่อ? จากแหล่งข้อมูลอ้างอิงพบว่า ในตอนปลายของยุค 80’s ได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้าง จากแผนกบำบัดน้ำเสียสาธารณะ กระทรวงการก่อสร้างท่านหนึ่ง สนับสนุนให้เทศบาลแต่ละแห่งออกแบบฝาท่อเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ของงานบำบัดน้ำเสียให้น่าสนใจสำหรับผู้คนทั่วไปในชุมชนมากขึ้น ทุกคนต่างเห็นด้วยว่านี่เป็นความคิดที่ดี จึงมีการจัดประกวดงานออกแบบฝาท่อยอดเยี่ยมขึ้นแทบทุกปี เทศบาลเมืองและองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างก็แข่งขันกันออกแบบฝาท่อที่ดีที่สุดมาตั้งแต่นั้น เอาละ ตอนนี้ เมื่อคุณรู้อย่างนี้แล้ว เวลามาเที่ยวญี่ปุ่น ก็มีสิ่งที่น่าสนใจให้มองหาเพิ่มขึ้นอีกสิ่งหนึ่งแล้ว   ปอกเปลือกประวัติศาสตร์ฝาท่อ นี่ก็คือ 3 อันดับของฝาท่อที่มีความเป็นมาน่าสนใจที่สุด: เมืองโอคายามะ ฝาท่อลายโมโมทาโร่...

เปิดประสบการณ์ใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น

นอกจากความตื่นเต้นคึกคักแล้ว เมืองไซตะมะยังเต็มไปด้วยมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมซึ่งจะได้ค้นพบระหว่างเดินเล่นหรือทัศนาจร ไม่มีที่ใดจะเพลิดเพลินกับขนบธรรมเนียมอันลุ่มลึกและมีสีสันของญี่ปุ่นยิ่งไปกว่าที่นี่แล้ว ศาลเจ้ามุซาชิอิจิโนะมิยะ ฮิคาวะ [googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3231.2445104677345!2d139.62770491526538!3d35.91651468014019!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x6018c147ffcd80df%3A0x3e27069d9d126211!2sHikawa+Shrine!5e0!3m2!1ses!2sjp!4v1487819904756&w=350&h=300] หนึ่งในศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2 พันปีชื่อ"อิจิโนะมิยะ" ก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นศาลเจ้าระดับสุดยอดในบริเวณมุซาชิ เป็นที่มาของชื่อเขตโอมิยะนั่นเองที่อยู่:1-407 ทาคาฮานะโจ, เขตโอมิยะ,เมืองไซตะมะ, จังหวัดไซตะมะ วิธีเดินทาง:เดินประมาณ 15 นาทีจากทางออกทิศตะวันออกของสถานี JR Omiya และสถานี Kita Omiya สาย Tobu Noda Line ข้าวเกรียบทำมือ Kobayashi ข้าวเกรียบทำด้วยมือเหล่านี้มีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี ใช้สูตรต้นตำรับดั้งเดิมตั้งแต่เริ่มกิจการร้านในปีค.ศ. 1955เป็นครั้งแรก ทุกวันทางร้านจะทำในจำนวนจำกัดเท่านั้นหากได้ลิ้มลองรสชาติ รับรองเลยว่าคุณคือผู้โชคดี [googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3231.481566732809!2d139.62841731526512!3d35.91071098014133!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x6018c13f4e0a0a5f%3A0x28ee6a695d0896e3!2z5bCP5p6X5bGL!5e0!3m2!1ses!2sjp!4v1487820932265&w=350&h=250] ที่อยู่:1-66 ทาคาฮานะโจ, เขตโอมิยะ, เมืองไซตะมะ,...