Tuesday, October 16, 2018

โทโฮคุ

โทโฮคุอันมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 เป็นดั่งเพชรอันซ่อนอยู่สำหรับผู้ที่อยากมาผ่อนคลาย ใกล้ชิดธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งเทศกาลหน้าร้อน อาหารอันเป็นเอกลักษณ์ และข้าวพันธุ์เลิศของญี่ปุ่น ล้วนเป็นเหตุผลที่ต้องไปเยือนโทโฮคุ

อะคิตะ อะโอโมริ อิวะเตะ มิยะงิ ยะมะงะตะ ฟุคุชิมะ

บทความล่าสุดเกี่ยวกับโทโฮคุ

ตุ๊กตาฮินะแห่งซากาตะ

แถบโชไนในจังหวัดยะมะงะตะประกอบไปด้วยเมืองซากาตะและเมืองสึรุโอกะ สมัยก่อนซากาตะเคยรุ่งโรจน์ในฐานะท่าเรือสำหรับเรือคิตามาเอะบุเนะ จึงกลายเป็นศูนย์รวมที่ผสมผสานหลากหลายวัฒนธรรมและบ่มเพาะจิตวิญญาณแห่งการเปิดใจรับสิ่งต่างๆ เมื่อฤดูหนาวละลายกลายเป็นฤดูใบไม้ผลิในทุกๆปี (ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน) เมืองซากาตะก็จะจัดแสดงตุ๊กตาฮินะที่ได้รับความร่วมมือจากตระกูลต่างๆ ทั้งในแวดวงธุรกิจและการเมืองผู้สืบสายเลือดของพ่อค้าทางทะเล ในค.ศ. 1786 ตระกูลพ่อค้าท้องถิ่นผู้มั่งคั่งที่ชื่อฮมมะ ได้ว่าจ้างให้มีการสร้างอาคารสำหรับสมาชิกของรัฐบาลโชกุนที่มาเยือนจากเอโดะ ในภายหลังสิ่งปลูกสร้างอันโอ่อ่าได้กลายเป็นที่รู้จักของผู้คนมากมายในฐานะที่อยู่อาศัยของตระกูลฮมมะจนท้ายที่สุดก็ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมด้วย ที่นี่เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับคิตามาเอะบุเนะ ตุ๊กตาฮินะที่เป็นสินเดิมก่อนสมรสของ ฝ่ายหญิงและเครื่องใช้เคลือบเงาขนาดจิ๋วสำหรับใช้บนโต๊ะอาหารที่ผลิตด้วยเทคนิค มากิเอะ (ศิลปะการทำาเครื่องเคลือบของญี่ปุ่นโดยจะมีการโรยผงทองและผงเงินลง ไปบนดีไซน์) ขนมในเทศกาลตุ๊กตาฮินะเป็นขนมท้องถิ่นที่ยากจะได้พบในเมืองใหญ่ๆอย่างโตเกียว ร้านแห่งหนึ่งที่จำหน่ายขนมชนิดนี้โดยเฉพาะก็คือร้าน Komatsuya ซึ่งทำธุรกิจด้านขนมญี่ปุ่นมาหลายสิบปีแล้ว โดยทางร้านจำหน่ายขนมหวานอันงามวิจิตรที่มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันสำาหรับเทศกาลตุ๊กตาฮินะ เจ้าของร้านกล่าวว่าการผลิตขนมชนิดดังกล่าวหยุดชะงักระหว่างเกิดสงครามและเพิ่งได้รับการฟื้นฟูหลังได้รับคำขอจากตระกูลฮมมะผู้ทรงอิทธิพล เล่ากันว่าแม่พิมพ์เก่าแก่ที่ร้าน Komatsuya...

ตุ๊กตาฮินะ มรดกตกทอดของสึรุโอกะ

เมืองสึรุโอกะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น เป็นภูมิภาคท่ีสำาคัญในสมัยเอโดะเพราะตระกูลซากาอิผู้ทรงอำนาจ ตั้งถิ่นฐานอยู่ในโชไนบ้านของตระกูลซากาอิในอดีตกลายมาเป็น พิพิธภัณฑ์ Chido Museum ในปัจจุบันและได้จัดแสดงตุ๊กตาฮินะในความครอบครองของตระกูลซากาอิมากว่าทศวรรษแล้ว ผู้สืบทอดรุ่นที่ 18 ตั้งความหวังว่าผู้มาเยี่ยมชมจะให้ความสนใจกับเรื่องราวเบื้องหลัง ตุ๊กตากันมากขึ้นระหว่างชื่นชมคุณค่าทางศิลปะของพวกมันในความรู้สึกของตระกูลซากาอินั้น ตุ๊กตาเหล่านี้ไม่เพียงบอกเล่าประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นเครื่องแสดงความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกๆ อีกด้วย อย่าพลาดชม Heishindo ซึ่งมีหลังคาที่ทำด้วยเปลือกไม้ซีดาร์และถ่วงน้ำหนักด้วยหินราว 40,000 ก้อน เรียกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมโดยแท้ และได้รับการลงทะเบียนให้เป็นทรัพท์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญจากทางรัฐบาลญี่ปุ่นเดิมทีที่นี่เป็นคฤหาสน์ของตระกูลคาซามะซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้าผู้รำ่ารวยในท้องถิ่น และมีการจัดแสดงตุ๊กตาฮินะในช่วงเทศกาล เช่นกัน     นอกจากการเยี่ยมเยือนสถานที่ต่างๆข้างต้น ยังสามารถสังเกตเห็นตุ๊กตาฮินะบนชั้นวางตุ๊กตาตามร้านค้าในท้องถิ่นเกือบทุกแห่งระหว่างเทศกาล เนื่องจากตุ๊กตาเหล่านี้แสดงถึงความรักอันปราศจากเงื่อนไขที่พ่อแม่มีต่อลูกสาวของตนนั่นเอง...

วัฒนธรรมคามาคุระของจังหวัดอะคิตะ

คามาคุระในภูมิภาคโทโฮคุหมายถึงกระท่อมหิมะซึ่งมีขนาดและโครงสร้างแตกต่างกัน จังหวัดอะคิตะเพียงจังหวัดเดียวก็เป็นถิ่นกำเนิดของเทศกาลสามอย่างที่ฉลองวัฒนธรรมของที่อยู่อาศัยขนาดเล็กซึ่งสร้างจากหิมะเหล่านี้แล้ว เทศกาล Rokugo Kamakura Festival ในแถบโรคุโก เมืองมิซาโตะนั้น จัดให้มีการต่อสู้ด้วยไม้ไผ่จึงขึ้นชื่อว่าเป็น “เทศกาลพิลึกพิลั่น” ที่ค่อนข้างอันตรายในประเทศญี่ปุ่น ส่วนเมืองมุตสึในภูมิภาคโทโฮก็มีย่านคะคุโนะดะเตะอันเป็นหนึ่งใน “ลิตเติ้ลเกียวโต” ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อมาเยือนบริเวณนี้จะได้เห็นผู้เข้าร่วมพากันกระตือรือร้นกับการเหวี่ยงวงแหวนลูกไฟขนาดยักษ์ที่ทำาจากฟางในเทศกาล Hiburi Kamakura Festival การแสดงดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์อันสื่อถึงการภาวนาขอให้มีสุขภาพแข็งแรง คามาคุระประเภทที่ผู้คนคุ้นเคยกันมากที่สุดนั้น สามารถพบเห็นได้ที่เมืองโยโคะเทะอันเป็นบ้านเกิดของเทศกาลคามาคุระที่จัดต่อเนื่องมากว่า 450 ปีแล้วในสมัยโบราณผู้คนในแถบนี้จะสร้างกระท่อมหิมะใกล้กับบ่อน้ำเพื่อบูชาแก่เทพเจ้าแห่งน้ำในอดีตเด็กๆ ก็เล่นกันใกล้บริเวณดังกล่าวเช่นกัน ปัจจุบันนี้คามาคุระทั้งหลายคือที่ตั้งของศาลเจ้า...

สามปีศาจหิมะผู้มีชื่อเสียง

อย่าได้กลัดกลุ้มไป! ไม่มีมนุษย์หิมะที่น่าเกลียดน่าชังอยู่ในประเทศญี่ปุ่นหรอก จะมีก็แต่ต้นไม้น้ำแข็งอันงดงามจนน่าทึ่งที่เรียกกันว่า “ปีศาจหิมะ” ซึ่งตั้งอยู่กระจัดกระจายทั่วภูมิภาคโทโฮคุเท่านั้นเอง อะโอโมริ “ภูเขา Hakkoda” เมืองอะโอโมริ ภูเขา Hakkoda ในอะโอโมริ อันเป็นสวรรค์สำาหรับนักสกีคือ สถานที่ให้ใช้เวลาช่วงวันหยุดอย่างเหมาะเจาะสำหรับใครก็ตามที่ต้องการประสบการณ์การเล่นสกีบนทางลาดที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น การลื่นสกีไปตามเนินท่ามกลางปีศาจหิมะน่าตื่นตาตื่นใจที่เรียงรายอยู่รายรอบเป็นช่วงเวลาที่คนรักกีฬาฤดูหนาวต้องประทับไว้ในใจกันทุกคน วิธีเดินทางก็แสนง่ายเพราะมีกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปถึงบนภูเขา Hakkoda เลย เดินทาง 60 นาที โดยรถไฟจากสถานี JR Aomori หรือเดินทางโดยบัสจากสถานี JR Shin-Aomori...

Winter Fun In Tohoku

สำราญใจกับทัศนียภาพของธรรมชาติในวิมานแห่งปุยหิมะอันมีชื่อว่าที่ราบสูง Appi Kogen ที่ราบสูง Appi Kogen ตั้งอยู่ในจังหวัดอิวะเตะ แม้จะยังไม่ใช่ที่สุด แต่ก็เป็นสถานที่อันดับต้นๆสำหรับการเล่นสกี พื้นที่ลาดเอียงอันมีอาณาบริเวณกว้างขวางช่างสมบูรณ์แบบสำาหรับมือใหม่ อีกทั้งยังมีถึง 21 เส้นทางให้เลือก รับรองว่าต้องมีเส้นทางท่ีเหมาะสมกับทักษะของนักสกีระดับกลางและระดับสูงอย่างแน่นอน ที่ราบสูง Appi Kogen ขึ้นชื่อเรื่องเกล็ดหิมะที่ละเอียดและมีนำ้าหนักเบาจึงได้รับฉายาว่าเป็น “วิมานแห่งปุยหิมะที่ละติจูดที่ 40” แต่นอกจากลานสกีแล้วก็ยังมีกิจกรรมอย่างอื่นให้ทำด้วย ผู้มาใช้บริการสามารถสวมรองเท้าลุยหิมะเดินไปตามเส้นทางที่กำหนดในป่าซึ่งอยู่ติดกับ Appi Grand Hotel การเดินท่องป่าของที่นี่เป็นประสบการณ์อันน่าเบิกบานใจ...

โอดาเตะ จังหวัดอะคิตะ: แหล่งเพาะพันธุ์สุนัขอะคิตะ อินุที่ได้รับความชื่นชอบไปทั่วโลก

เมืองโอดาเตะ จังหวัดอะคิตะ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สุนัขที่มีชื่อว่า อะคิตะ อินุ สุนัขชนิดนี้มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก หางงอ หูชี้เป็นทรงสามเหลี่ยม และขน ปุกปุย ได้รับความชื่นชอบจากคนทั่วโลก ทว่าสุนัขอะคิตะ อินุ ที่เป็นสัตว์คุ้มครองไปตามธรรมชาติก็ไม่ได้เป็นเพียงสุนัขคู่ใจผู้น่ารักเพราะการปรากฏตัวของสุนัขพันธุ์นี้ในภาพยนตร์เรื่อง Hachi: A Dog’s Tale ที่นำาแสดงโดยริชาร์ด เกียร์ เมื่อค.ศ. 2009 อันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุนัขที่มีนิสัยเยี่ยมยอดก็ช่วยแนะนำจังหวัดอะคิตะให้ผู้ชมทั่วทั้งโลกได้รู้จักเหล่านักล่าสัตว์ในฤดูหนาวที่มีมาแต่เดิมในภูมิภาคโทโฮคุ เคยใช้สุนัขพันธุ์นี้เป็นคู่หูในการล่าสัตว์โดยสมัยนั้นจะเรียกพวกมันว่า...

ทิวทัศน์อันน่าประทับใจของอ่าว Matsushima

หลังเดินทางมาถึงจังหวัดมิยะงิ เราก็มุ่งหน้าสู่ ศาลเจ้า Shiogama Jinja เป็นแห่งแรกศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่ย้อนรอยได้ถึงศตวรรษที่ 9 อีกทั้งยังเก็บรักษาโคมไฟในสวนแบบโบราณที่มัตสึโอะ บะโช เคยใช้เวลามาเยือนศาลเจ้า ตอนเราแวะไปภายนอกศาลเจ้ามีสีแดงและเหลืองอันเจิดจ้าของใบไม้เปลี่ยนสีเข้าปกคลุมนอกจากนี้ก็มี ศาลเจ้า Shiwahiko Jinja ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันเป็นจุดที่สามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพของอ่าว Matsushima โดยไม่มีสิ่งใดบดบัง อ่าว Matsushima เป็นหนึ่งในสามสุดยอดทิวทัศน์ของประเทศญี่ปุ่นจุดเด่นคือมีเกาะขนาดเล็กจำนวน 260 เกาะที่มีขนาดแตกต่างกันวางตัวกระจัดกระจายทั่วผืนทะเลกล่าวกันว่าทัศนียภาพอันเลอเลิศนี้คือเหตุผลที่ทำให้กวีกลอนไฮกุตัดสินใจออกเดินทางตั้งแต่แรกเพราะเขาอยากเห็นความงดงามนั้นกับตาตัวเอง น่าเสียดายที่มัตสึโอะ บะโช ไม่ได้ทิ้งกลอนไฮกุเกี่ยวกับมัตสึชิมะให้เราได้ชื่นชมอาจเป็นเพราะว่าเขาอยากให้ทุกคนได้ไปชมความงามของมัตสึชิมะด้วยตาตัวเองก็เป็นได้ คาวาอิ โซระ...

โลกแห่งน้ำอันน่าทึ่ง

การแสดงปลาโลมา Umino-Mori Sendai Umino-Mori Aquarium มีชื่อเสียงโด่งดังจากตู้ปลาขนาดยักษ์ที่จัดแสดงสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ จาก Sanriku Ocean ทางพิพิธภัณฑ์จัดการแสดงอันทรงพลังของโลมาและสิงโตทะเลในสระกลางแจ้งเป็นประจำทุกวัน เราจะได้เห็นพวกมันกระโดดหมุนตัวและทิ้งตัวกระแทกน้ำตามคำสั่งของครูฝึกนักท่องเที่ยวยังมีโอกาสให้อาหารและมีปฏิสัมพันธ์กับเพนกวินด้วยเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไม่รู้ลืมสำหรับคนทั้งครอบครัว Sendai Umino-Mori Aquarium http://www.uminomori.jp/umino/en/index.html (ภาษาอังกฤษ) Jellyfish Dream Theater อย่าลืมแวะมาชมแมงกะพรุนประมาณ 60 สายพันธุ์ที่ Kamo Aquarium อันเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่แปลกไม่เหมือนใครในเมืองสึรุโอกะ จังหวัดยะมะงะตะ สายพันธุ์ของแมงกะพรุนที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จัดแสดงมีจำนวนมากที่สุดในโลกจนได้บันทึกกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์...

รำลึกความสวยงาม Yamadera และ Mogamigawa

ระหว่างทางไปจังหวัดยะมะงะตะ เราวกอ้อมไปแวะ Hojin-no-ie Inn ที่นี่เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่มัตสึโอะ บะโช เคยเข้าพักเพียงแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่บันทึกกล่าวว่ามัตสึโอะ บะโช มาแถวนี้ในฤดูฝน จึงต้องพักที่โรงแรมสองสามคืนเพราะถนนอยู่ในสภาพย่ำแย่ พอเขายืดระยะเวลาการพักแรม สถานที่แห่งนี้จึงเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาเนื่องจากว่าเขาฆ่าเวลาด้วยการแต่งกลอนไฮกุหลายบทขณะอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ ชื่อของโรงแรมแปลตรงตัวได้ว่า “บ้านสำหรับผู้อาศัยตามชายแดน” ด่านตรวจ ชายแดนในอดีตที่ชื่อ “Shitomae-no-seki” ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงจึงสร้างรูปปั้นของกวีผู้มีชื่อเสียงขึ้นมาเพื่อระลึกถึงการมาเยือนของเขา หลังออกเดินทางจากโรงแรม พวกเราก็เดินทางไปยังวัด Risshakuji ต่อเลย ที่นี่เป็นสถานที่ที่มัตสึโอะ บะโช...

ออกเดินทางกับมัตสึโอะ บะโช ปรมาจารย์ด้านการแต่งกลอนไฮกุและนักผจญภัย

เส้นทางยาว 2,400 กิโลเมตรที่ได้รับการกล่าวถึงในโอคุ โนะ โฮโซมิจิ ประกอบด้วยถนนสายต่างๆ ซึ่งนำทางสู่นิกโก้ โอชู เดวะ และโฮคุริคุ สองเส้นทางที่น่าสนใจกว่าใครเพื่อนคือโอชูและเดวเพราะทั้งคู่เต็มไปด้วยทัศนียภาพอันน่าทึ่งแล้วยังผ่านสามจังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุ คือ มิยะงิ อิวะเตะ และยะมะงะตะ สถานที่ที่ไม่ควรพลาดการรับชมบนเส้นทางนี้ก็คือ เกาะ Matsushima อันเป็นหนึ่งในสามสุดยอดทิวทัศน์ในญี่ปุ่น ตามด้วยมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกอย่างฮิราอิซุมิ วัด Yamadera ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,100...

พบกับแดนสุขาวดีแห่งพุทธศาสนาในฮิระอิซึมิ

หลังเดินทางถึงจังหวัดอิวะเตะ เราก็ได้สำราญใจกับการล่องเรือสบายๆ ไปตาม Geibikei ช่องเขาที่มีแนวหินปูนระยะทางสองกิโลเมตรที่น่าประทับใจ ขณะเราล่องเรือไปตามแม่น้ำ เราถือโอกาสดื่มด่ำกับเสียงที่ช่วยเยียวยาจิตใจของไม้พายไม้ไผ่เวลามันกระทบก้อนหินที่ก้นน้ำระหว่างนั้นก็รับชมห่านป่าเล่นน้ำอยู่ริมตลิ่งไปด้วย เมื่อเดินทางถึง Genbikei สีสันอบอุ่นของฤดูใบไม้ร่วงก็ทำเอาเราพูดไม่ออกอีกครั้งเพราะความอัศจรรย์ใจ โคโย(ใบไม้แดง)อันอุดม สมบูรณ์คือทิวทัศน์ที่มีไว้ให้ชื่นชมโดยแท้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่นี่คือหนึ่งในสุดยอดสถานที่สำหรับโมมิจิงาริ (ประเพณีของญี่ปุ่นในการเยี่ยมเยือนสถานที่ต่างๆ เพื่อรับชมใบไม้แดง) ต่อจากนั้นเราก็มาถึงมรดกโลกแห่งแรกของภูมิภาคโทโฮคุ นั่นคือ ฮิระอิซึมิ บันทึกทางประวัติศาสตร์กล่าวว่า มัตสึโอะ บะโช ใช้เวลาที่นี่เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เราหมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการอยู่ท่ี่วัด Chuson-ji ซึ่งดำรงอยู่มาตั้งแต่สมัยเฮอันและได้ชื่นชมศิลปการอันประณีตงดงามของอุโบสถที่มีทองหุ้มทั่วทั้งหลัง...

ตุ๊กตาฮินะแห่งมุราคาม

เมืองมุราคามิตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดนีงะตะ ในสมัยเอโดะเคยเป็นโจกะมาจิ(เมืองปราสาท)ที่เรืองอำนาจ ซึ่งทุกวันนี้เราก็ยังพบเห็นและรับรู้ถึงมรดกตกทอดของเมืองดังกล่าว โดยเฉพาะตัวตนในซากปรักหักพังของปราสาท สถานที่ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของซามูไรและวัดวาอาราม มะจิยะเคยเป็นเขตที่อยู่อาศัยของพ่อค้าในสมัยก่อน ปัจจุบัน กลายมาเป็นย่านร้านค้าอันอึกทึกจอแจ แต่ก็ยังมีสถาปัตยกรรมที่ชวนให้หวนหาถึงอดีตหลงเหลืออยู่ การเดินทางชมตุ๊กตาฮินะของมาจิยะ เป็นงานเทศกาลที่จัดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนเมษายน จัดแสดงตุ๊กตาฮินะชนิดพิเศษซึ่งมีทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม ที่สถานที่จัดงานในท้องถิ่นในยุคสมัยดังกล่าว เราจะพบว่าร้านขายแซลมอนหมักเกลือชื่อ Kitsukawa ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 130 ปี จะจัดแสดงคอลเลคชั่นตุ๊กตาฮินะของรักของหวงโดยมีปลาตากแห้งเป็นพันๆตัวแขวนอยู่ในฉากหลังด้วยเรียกว่าเป็นทิวทัศน์ที่ตลกและน่าสนใจสำาหรับการรับชมเลยทีเดียว! แถบมุราคามิเป็นที่รู้จักในฐานะพื้นที่ตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่นที่สามารถเก็บเกี่ยวใบชา แม้ฤดูหนาวจะมีสภาพอากาศทารุณและหิมะตกหนัก ชาวไร่ในท้องถิ่นก็ค้นพบนวัตกรรมในการปลูกใบชากลิ่นหอมหวานอยู่ดี กล่าวกันว่าเกล็ดหิมะจะช่วยดึงรสขมของใบชาออกไปให้เหลือแต่รสชาติที่น่าอภิรมย์ ช่วงที่มีเทศกาลตุ๊กตาฮินะอย่าลืมแวะไป...

สัมผัสสุนัขจิ้งจอกขนปุกปุยสุดน่ารักอย่างใกล้ชิดได้ที่ Zao Fox Village

Zao Fox Village ก่อตั้งขึ้นในเมืองชิโระอิชิ จังหวัดมิยางิ เป็นที่อยู่ของสุนัขจิ้งจอกหกสายพันธุ์รวมประมาณ 100 ตัว พวกมันวิ่งเล่นอย่างอิสระภายในบริเวณ และทางหมู่บ้านก็เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมามีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ขนปุยเหล่านี้ตลอดทั้งปีน่ี้ เป็นสวนจิ้งจอกเพียงแห่งเดียวบนเกาะฮอนชูอีกทั้งยังเชี่ยวชาญด้านการค้นคว้าเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์สุนัขจิ้งจอกอีกด้วย ช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปของทุกปี ขนมันเงาของสุนัขจิ้งจอกจะเริ่มหนาขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายในฤดูหนาวอันโหดร้าย นอกจากนี้ยังมีขนอ่อนเพิ่มขึ้นอีกชั้น ทำให้พวกมันยิ่งดูน่ารักและไร้เดียงสามากขึ้นอีกในอาณาบริเวณที่พวกมันวิ่งเล่นอย่างอิสระ เราจะได้สังเกตการใช้ชีวิตประจำวันของพวกมันบางตัวอาจวิ่งมาหาคุณด้วยความอยากรู้อยากเห็นในขณะที่ตัวอื่นๆอาจเล่นกันเองหรือว่านอนหลับอยู่ อย่างไรก็ปฏิบัติตามคำาแนะนำของเจ้าหน้าที่ด้วย จะได้ไม่เจ็บตัว ถ้าจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมจะได้กอดลูกสุนัขจิ้งจอกด้วยนะ! หลัง “ออกเดท” กับฝูงจิ้งจอกซะโอ ไม่ลองแวะรับประทานอาหารที่ Umenbansho ดูหน่อยล่ะ? นั่งรถยนต์เพียง...

รสชาติของท้องทะเล

ฤดูใบไม้ร่วงเต็มไปด้วยกิจกรรมที่โทโฮคุ นี่เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนท้องถิ่นต่างยุ่งกับการถนอมอาหารไว้สำหรับฤดูหนาวที่ยาวนานและโหดร้ายที่รออยู่ข้างหน้า ขอเชิญชวนให้ผู้เยี่ยมชมมาลิ้มลองรสชาติของการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมนี้ ยุระที่เมืองซึรุโอกะ ท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดยะมะงะตะ ได้พัฒนาหลากหลายวิธีในการถนอมปลาแซลมอนที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา หนึ่งในนั้นคือการทาด้วยกากจากการกลั่นเหล้าและซอสมิโสะ ผู้คนท้องถิ่นกล่าวกันว่าปลาแซลมอนอร่อยเป็นพิเศษในระหว่างช่วงวางไข่ และพวกเขาแนะนำให้รับประทานตั้งแต่หัวไปจนถึงหาง นอกเหนือไปจากการกินแบบดิบๆ และการกินกับซูชิแล้ว คุณยังสามารถย่างกับเกลือ หมักกับซอสถั่วเหลืองและต้มในซอสหวานของญี่ปุ่นได้ด้วย นีงะตะที่เมืองมุระคะมิ มีชื่อเสียงด้านอาหารจากปลาแซลมอนมาตั้งแต่ยุคเอโดะ มีธรรมเนียมในการแขวนปลาแซลมอนหมักเกลือไว้บนชายคาบ้านในช่วงต้นเดือนธันวาคม ลมแห้งและเย็นที่ทะลักเข้ามาในฤดูหนาวดูดความชื้น ทำให้ปลาแซลมอนหมักเกลือแห้งสนิท มอบรสสัมผัสที่เข้มข้นลึกล้ำ ภาพของปลาแซลมอนนับพันถูกแขวนยื่นออกมาจากบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมในฤดูหนาวนั้นน่าตื่นตะลึงจริงๆ ปลาแซนด์ฟิชญี่ปุ่นเป็นอาหารที่หาได้ทั่วไปในฤดูหนาวเช่นกัน ปลาชนิดนี้ถูกขนานนามว่า “ปลาพระเจ้า” แห่งคาบสมุทร โองะ ว่ายไปยังจังหวัดอะคิตะเพื่อวางไข่ในเดือนธันวาคม...