Wednesday, March 20, 2019

ร้าน Moshi Moshi Kimono Salon โดย Yumenoya ในฮาราจูกุ!

ร้าน Moshi Moshi Kimono Salon เริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของMoshi Moshi Harajuku Tourist Information Center จะนำคุณไปเปิดประสบการณ์สุดพิเศษและตราตรึงใจเป็นที่สุด! แสดงความเป็นตัวตนของคุณออกมาให้โลกเห็นที่ฮาราจูกุและคุณยังสามารถแต่งกิโมโนแบบแฟนซี ที่ร้านนี้มีบริการชุดกิโมโนตั้งแต่แบบดั้งเดิมซึ่งเป็นแบบสมัยไทโช (พ.ศ. 2455-2469) จนไปถึงแบบสมัยใหม่ผสมผสานแฟชั่นฮาราจูกุ คุณสามารถเลือกกิโมโนที่มากมายหลากหลายแบบ เช่น ชุดกิโมโนสไตล์โกธิคโลลิต้า ชุดกิโมโนแบบโลลิต้า ชุดกิโมโนที่มีสีสันสดใส ชุดกิโมโนเจ้าหญิง ชุดกิโมโนแบบดั้งเดิมและอื่นๆอีกมากมาย!   คุณYuka คือแฟชั่นดีไซเนอร์ของแบรนด์ Wagakki และยังเป็นผู้ออกแบบกิโมโนแฟนซีอีกด้วย คุณสามารถถ่ายรูปในสตูดิโอที่มีฉากหลังเป็นบานประตูมุงด้วยกระดาษสีสันสดใสสวยงาม ออกแบบโดยนักออกแบบชื่อดังคุณ Sebastian Masuda...

รสชาติของท้องทะเล

ฤดูใบไม้ร่วงเต็มไปด้วยกิจกรรมที่โทโฮคุ นี่เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนท้องถิ่นต่างยุ่งกับการถนอมอาหารไว้สำหรับฤดูหนาวที่ยาวนานและโหดร้ายที่รออยู่ข้างหน้า ขอเชิญชวนให้ผู้เยี่ยมชมมาลิ้มลองรสชาติของการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมนี้ ยุระที่เมืองซึรุโอกะ ท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดยะมะงะตะ ได้พัฒนาหลากหลายวิธีในการถนอมปลาแซลมอนที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา หนึ่งในนั้นคือการทาด้วยกากจากการกลั่นเหล้าและซอสมิโสะ ผู้คนท้องถิ่นกล่าวกันว่าปลาแซลมอนอร่อยเป็นพิเศษในระหว่างช่วงวางไข่ และพวกเขาแนะนำให้รับประทานตั้งแต่หัวไปจนถึงหาง นอกเหนือไปจากการกินแบบดิบๆ และการกินกับซูชิแล้ว คุณยังสามารถย่างกับเกลือ หมักกับซอสถั่วเหลืองและต้มในซอสหวานของญี่ปุ่นได้ด้วย นีงะตะที่เมืองมุระคะมิ มีชื่อเสียงด้านอาหารจากปลาแซลมอนมาตั้งแต่ยุคเอโดะ มีธรรมเนียมในการแขวนปลาแซลมอนหมักเกลือไว้บนชายคาบ้านในช่วงต้นเดือนธันวาคม ลมแห้งและเย็นที่ทะลักเข้ามาในฤดูหนาวดูดความชื้น ทำให้ปลาแซลมอนหมักเกลือแห้งสนิท มอบรสสัมผัสที่เข้มข้นลึกล้ำ ภาพของปลาแซลมอนนับพันถูกแขวนยื่นออกมาจากบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมในฤดูหนาวนั้นน่าตื่นตะลึงจริงๆ ปลาแซนด์ฟิชญี่ปุ่นเป็นอาหารที่หาได้ทั่วไปในฤดูหนาวเช่นกัน ปลาชนิดนี้ถูกขนานนามว่า “ปลาพระเจ้า” แห่งคาบสมุทร โองะ ว่ายไปยังจังหวัดอะคิตะเพื่อวางไข่ในเดือนธันวาคม ปลาแซนด์ฟิชญี่ปุ่น (Hatahata) หมักเกลือนั้นเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญในฤดูหนาว ผู้คนที่อะคิตะย่างมันกับเกลือ ต้มในหม้อไฟ แล้วรับประทานกับสาหร่ายทะเล อาหารเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องลิ้มชิมรสให้ได้เมื่อมาเยือนโทโฮคุ! มุระคะมิ นั่งรถไฟสายธรรมดาสาย JR Uetsu...

ผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับฤดูใบไม้ร่วง

ชิมรสผลไม้ที่ดีที่สุดในฤดูใบไม้ร่วงของโทโฮคุได้ด้วยการนั่งรถไฟที่ท่องผ่านป่าหลากสีในฤดูใบไม้ร่วง ลงที่สถานี Furukawa สาย Tohoku Shinkansen แล้วขึ้นรถไฟสาย Riku-East รถไฟสายนี้วิ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุร้อนนารุโกะ (Naruko) ซึ่งมีประวัติศาสตร์กว่า 1000 ปี นารุโกะมีหมู่น้ำพุร้อนถึงห้ากลุ่ม – นารุโกะ, อีสต์ นารุโกะ, นะคะยะมะไดระ, คะวะทะบิ, โอนิโคะเบะ – และเป็นที่ตั้งของช่องเขานารุโกะ ช่องเขาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ จากสถานี Naruko-Onsen รถไฟแล่นไปตามแม่น้ำอะระโอะงะวะ ก่อนจะไต่ขึ้นอย่างช้าๆ ไปยังช่องเขานารุโกะ ที่ซึ่งใบไม้หลากสีสันแต่งแต้มหน้าผาในฤดูใบไม้ร่วง นี่เป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่มีทัศนียภาพงดงามที่สุดในญี่ปุ่น (ฤดูชมใบไม้เปลี่ยนสีนั้นเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน) คะมิโนะยะมะ สถานี Kaminoyama-Onsen เส้น...

รวงข้าวสีทอง

เมื่อไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น คุณอาจประหลาดใจกับประเภทของข้าวที่มีวางจำหน่ายอยู่มากมาย “ข้าวญี่ปุ่น” (Japonica rice) เป็นที่รู้จักในด้านความเหนียวและความหวาน ภูมิภาคโทโฮคุเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่เป็นที่นิยมมาตั้งแต่ในอดีต และมีชื่อเสียงว่ามีข้าวอร่อยหลากหลายสายพันธุ์คุณภาพเยี่ยม ในฤดูหนาว จังหวัดโทโฮคุถูกปกคลุมด้วยหิมะที่ตกหนัก เมืองที่อยู่ริมทะเล รวมไปถึงนีงะตะ อะคิตะ และยะมะงะตะล้วนประสบกับสภาวะอากาศโหดร้ายจากทะเล ทันทีที่ฤดูใบไม้ผลิมาถึง น้ำที่ละลายจากหิมะไหลรวมกันลงไปยังแม่น้ำขนาดใหญ่และชำระล้างทุ่งนาที่สร้างขึ้นบนทุ่งกว้าง เนื่องจากปรากฏการณ์ลมเฟิห์น ซึ่งคือลมแห้งพัดลงมายังภูเขา อุณหภูมิในช่วงเที่ยงจึงสูงมาก แต่เย็นลงในช่วงเย็น ดังนั้น การผลิตข้าวที่เป็นเอกลักษณ์ชนิดนี้จึงเกิดขึ้นได้ เมืองซากาตะเป็นยุ้งฉางสำหรับเก็บข้าวมาอย่างยาวนาน และโกดัง “ซังเคียว โซโคะ” (Sankyo Soko) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1893 ก็ยังคงใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน ในเดือนตุลาคม เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวใกล้มาถึง รวงข้าวสีทองพลิ้วไหวไปกับสายลม และทัศนียภาพที่เป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นก็แผ่ไปทั่วภูมิภาค ชมเสี้ยวหนึ่งของทิวทัศน์เปี่ยมเสน่ห์จากรถไฟธรรมดาหรือรถไฟชินคันเซ็น...

ดินแดนแห่งแอปเปิ้ล

ภูเขาอิวากิ หรือที่เรียกว่า “ทสึงะรุ ฟูจิ” (ทสึงะรุเป็นภาษาญี่ปุ่นโบราณของอะโอโมริ) ตั้งอยู่ในอะโอโมริ จังหวัดฮอนชู ที่ปลายยอดทางเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เมื่อฤดูใบไม้ร่วงใกล้เข้ามา ถือเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดที่จะเพลิดเพลินกับสีสันหลากหลายของธารน้ำจากภูเขาโออิระเสะ รวมทั้งแอปเปิ้ลแดงที่เติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์อย่างที่เชิงเขา แอปเปิ้ลญี่ปุ่นมีชื่อเสียงว่าลูกใหญ่และไม่มีตำหนิ การเพาะปลูกแอปเปิ้ลในจังหวัดอะโอโมริเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยการปฏิรูปยุคเมจิโดยเหล่าซามูไรที่ตกงาน ในปี 1875 ภูมิภาคนี้ ซึ่งยังไม่เคยถูกใช้เพื่อการเพาะปลูกมาก่อนนั้น ได้รับตัวอย่างแอปเปิ้ลสามสายพันธุ์มาจากตะวันตก ซามูไรผู้สูญเสียสถานะทางสังคม แลกเปลี่ยนดาบคะทะนะ (katana ดาบมีคมเพียงด้านเดียว) ของพวกเขากับกรรไกรแต่งกิ่งไม้ และเทคนิคเซนเท (sentei การตัดกิ่งไม้) ดังนั้นอะโอโมริจึงกลายมาเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดในการผลิต แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลสุกงอมเหล่านี้ข้ามผ่านสภาพภูมิอากาศโหดร้าย ทั้งหิมะที่ตกลงมาเป็นปริมาณมาก และความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรุนแรงระหว่างกลางวันและกลางคืน มอบความกลมกล่อมลงตัวระหว่างความหวานและความเปรี้ยว ทำให้พวกมันมีรสชาติเข้มข้น หลังจากดูแลแอปเปิ้ลอย่างใส่ใจ ตะกร้าสานจากไม้ไผ่ที่ยืดหยุ่น...

วัฒนธรรม”ดาเตะ” ที่บ่มเพาะโดยมาซามุเนะ

 มากกว่าแค่นักรบ ถือกำเนิดในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นมีสงครามกลางเมืองระบาดไปทั่วในระหว่างยุคเซนโกะคุ (กลางศตวรรษที่ 15 จนถึงปลายศตวรรษที่ 17) มาซามุเนะสร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วและกลายมาเป็นนักรบเจ้ากลยุทธ์ โหดเหี้ยมและทะเยอทะยานตั้งแต่อายุยังน้อย ได้รับการขนานนามว่า “โดคุกังริว” (มังกรตาเดียว เพราะเขาสูญเสียตาข้างหนึ่งให้กับไข้ฝีดาษตั้งแต่อายุยังน้อย) ในค.ศ. 1604 โทคุงะวะ อิเอะยะสุ ไดเมียวผู้รวมประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์ภายใต้การปกครองแบบรวมศูนย์ มอบรางวัลแก่มาซามุเนะเป็นฐานะเจ้าที่ดินในอาณาเขตเซนไดเพื่อตอบแทนความภักดีของเขา ทำให้เขาเป็นไดเมียวที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาค ตรงข้ามกับชื่อเสียงที่น่าหวาดกลัวของเขา มาซามุเนะเป็นบุรุษผู้มีการศึกษาและผู้อุปถัมภ์ศิลปะแขนงต่างๆ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดความสนใจที่เขามีต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของภูมิภาค ซึ่งทั้งสองสิ่งสามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงยุคโบราณ ด้วยความต้องการให้เซนไดแข่งขันกับภูมิภาคเกียวโต-โอซาก้า เขาทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อขยายการค้าและทำให้อาณาบริเวณสวยงาม โทโฮคุ ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ห่างไกลของญี่ปุ่น รุ่งโรจน์ในฐานะที่หมายสำหรับการท่องเที่ยวและการค้าอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มาซามุเนะโอบรับประเพณีดั้งเดิม เขาก็ยังเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องโอบรับชาวต่างชาติด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีและความรู้ของพวกเขา เขากระตุ้นให้ชาวต่างชาติมาเยี่ยมเยือนภูมิภาคของเขา และถึงขั้นส่งทูตไปกับฆวน เบาทิสตา (เรือที่สร้างด้วยเทคโนโลยีของยุโรป)...

เทศกาลฤดูหนาวหลากหลายในโทโฮคุ

โทโฮคุปกคลุมไปด้วยผืนหิมะหนาราวกับผ้าห่มสีขาวโพลนในฤดูหนาว รอคอยฤดูใบไม้ผลิที่จะตื่นขึ้นจากนิทราอย่างเงียบงัน คุณอาจไม่ตระหนัก แต่งานเทศกาลมากมายเกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลานี้ที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ทำความรู้จักวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นและวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้มากขึ้นด้วยการอ่านเรื่องราวของการเฉลิมฉลองเหล่านี้ เทศกาลฮะจิโนะเฮะ เอ็นบุริ - เต้นขอพรเพื่อการเก็บเกี่ยวที่ดี เมืองฮะจิโนะเฮะในอะโอโมริมีเทศกาลเอ็นบุริทุกปีตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 20 กุมภาพันธ์เพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ เทศกาลฮะจิโนะเฮะ เอ็นบุริ มีประวัติศาสตร์ถึง 800 ปี กล่าวกันว่าริเริ่มขึ้นโดยชาวนาผู้มีชื่อว่าฟูจิคุโระ เขาส่งเสริมให้มีการร้องเพลงและเต้นรำ แทนการกินดื่มและทะเลาะเบาะแว้งกันในระหว่างวันหยุดปีใหม่ ขบวนพาเหรดเอ็นบุริ นำโดยนักเต้นที่เป็นตัวแทนของฟูจิคุโระ ประกอบไปด้วยผู้คนที่เล่นฉาบ กลอง ฟลูต และมีการแสดงเต้นที่สื่อถึงฉากต่างๆ ของการทำนา เช่น การเพาะปลูก การหว่านเมล็ดและการขอพรเพื่อการเก็บเกี่ยว ยังมีการเต้นเอ็นบุริอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งจัดจ้านและมีสีสันกว่า นักเต้นกระแทกพื้นด้วยท่อนไม้ ส่งสัญญาณให้เทพเจ้าแห่งข้าวตื่นขึ้นจากการหลับใหล ฮะจิโนะเฮะ สถานี Hachinohe...

เทศกาลคามาคุระ (เทศกาลกระท่อมหิมะ): สื่อความหมายลึกซึ้งกว่าแค่บ้านอิกลู

เทศกาลคามาคุระ มักจัดขึ้นในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเป็นครั้งแรกหลังขึ้นปีใหม่ กลางเดือนกุมภาพันธ์ ตามจันทรคติ เพื่อขอพรให้บ้านเรือนและผลผลิตที่เก็บเกี่ยวมาได้ปลอดภัย นี่เป็นงานประเพณีดั้งเดิมของโทโฮคุ อย่างไรก็ตามเทศกาลคามาคุระ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีแค่คามาคุระ หรือบ้านอิกลูเท่านั้น เทศกาลนี้มีแค่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน เทศกาลโรคุโก คามาคุระมีการต่อสู้ด้วยไม้กระบอง บริเวณโรคุโกในจังหวัดอะคิตะของเมืองมิซาโตะมีการจัดเทศกาลคามาคุระขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 15 กุมภาพันธ์ทุกปี มีกิจกรรมมากมาย เช่น การเขียนคำอธิษฐานของแต่ละคนลงในกระดาษสี การสร้างบ้านอิกลู การเข้าร่วมการหรือการรับชม "การทำนายโชค" ซึ่งเป็นการต่อสู้ด้วยไม้กระบอง และการก่อกองไฟจากฟางเพื่อเผากระดาษอธิษฐานขอพร เทศกาลที่โรคุโกคามาคุระเป็นส่วนผสมของพิธีกรรมสำหรับการเก็บเกี่ยวที่สืบย้อนไปได้ถึงยุคยาโยอิ (ก่อนคริสตกาล 300 ปี จนถึง ค.ศ. 300) และประเพณีในการเผาเทนปิทสึ (tenpitsu - กระดาษคำอธิษฐาน)...

วัฒนธรรมนามาฮาเงะ: การใช้ชีวิตกับห้วงเวลา

ในสังคมเกษตรกรรม ซึ่งชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับลมฟ้าอากาศ ผู้คนบูชาเทพเจ้าจากสวรรค์ที่งานเทศกาลในวันหยุด นักขัตฤกษ์ และสวดมนต์เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร รวมทั้งเพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายและนำโชคดีให้เข้ามา สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพิธีกรรมเพื่อบูชาเทพเจ้าได้แปรเปลี่ยนมาเป็นเทศกาลพื้นบ้านดั้งเดิมในสมัยใหม่ วัฒนธรรมนามาฮาเงะที่ทำให้ผู้คนในเมืองโองะ จังหวัดอะคิตะหวาดผวาก็เช่นกัน นะมะฮะเกะคืออะไร? นามาฮาเงะ (なまはげ) เป็นงานพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของคาบสมุทรโองะ ในเมืองโองะ จังหวัดอะคิตะ คำนี้มีที่มาจากการผสมคำในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงผื่นแดง (namomi) จากการอยู่หน้ากองไฟเป็นเวลานานเพื่อหลีกเลี่ยงความหนาวเย็นในฤดูหนาว กับคำว่าฉีกขาด (hagu) จากสภาพของผิวหนัง ปีศาจที่คอยเตือนผู้คนที่อู้จากการงานและการเรียนได้กลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อนามาฮาเงะ มีทฤษฎีต่างกันไปว่าด้วยต้นกำเนิดของปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวนี้ หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องราวในตอนที่จักรพรรดิอู่แห่งราชวงศ์ฮั่นนำปีศาจมาห้าตน ย้อนกลับไปในสมัยดังกล่าว มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเดือดร้อนจากการกระทำของปีศาจทั้งห้า เพื่อต่อสู้กับปัญหานี้ จึงมีการทำสัญญากับปีศาจขึ้น ถ้าปีศาจสามารถสร้างขั้นบันไดหินที่นำทางไปสู่ Goshado ได้ในหนึ่งคืน พวกเขาจะมอบเด็กหญิงให้เป็นการตอบแทน แต่หากปีศาจล้มเหลว จะต้องออกไปจากหมู่บ้านตลอดกาล ปีศาจทั้งห้าตนทำขั้นบันไดหินไปจนถึงขั้นที่ 999 แต่เมื่อพวกมันกำลังจะวางหินก้อนสุดท้ายลงไป...

ประสบการณ์ “Farm Stay” ครั้งแรกที่อีเดะ (Iide): สัมผัสญี่ปุ่นในแง่มุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ถ้าเที่ยวโตเกียว โอซาก้าจนเบื่อแล้ว เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากลองมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นจริงๆ ดูบ้างสักครั้งในชีวิต ครั้งนี้ ทีมงานของ WAttention จึงออกเดินทางไปออกทริปแบบ "ฟาร์มสเตย์" ที่อีเดะ จังหวัด ยะมะงะตะ ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้อาศัยอยู่ในบ้านของผู้คนท้องถิ่น ได้ลองใช้ชีวิตใกล้ชิดกับพวกเขา และยังได้ชิมอาหาร อร่อยๆ ปรุงจากวัตถุดิบที่สดใหม่อย่างเหลือเชื่อด้วย เราเริ่มต้นการเดินทางด้วยการเช่ารถจากตัวเมืองยะมะงะตะ มายังอีเดะ สองข้างทางเต็มไปด้วยสีเขียวชอุ่มของต้นไม้นานาพันธุ์ และเมื่อมาถึง ทิวทัศน์อันน่าประทับใจของบ้านพักฟาร์มสเตย์ "อิโระริ" ก็ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเก็บความงามไว้ชื่นชมนานๆ ตัวบ้านพักนั้นเป็นบ้านญี่ปุ่นขนาดเล็กกะทัดรัด มาพร้อมห้องรับแขกกว้างขวางที่มี "อิโระริ" – เตาเหล็กแบบโบราณแขวนอยู่ตรงกลางเพื่อให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว และเมื่อมองผ่านบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ออกไปจะเห็นต้นไม้ใหญ่มากมายและแม่น้ำโมงะมิ ที่อยู่ห่างจากตัวบ้านไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น อิโตะ โนบุโกะซัง เจ้าของฟาร์มสเตย์อิโระริ ซึ่งดูแลทุกอย่างทั้งในฟาร์มและในบ้านพักที่มีทั้งหมดถึง 8 หลังด้วยตัวเองต้อนรับเราเป็นอย่างดีด้วยอาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบจากภูเขา –...