แม้จะถูกมองว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ก็ใช่ว่าภูเขาไฟฟูจิจะเป็นภูเขาที่แตะต้องไม่ได้ เวลาเปิดให้มีการปีนเขาในช่วงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี นักปีนเขาจำนวนหลายร้อยหลายพันคนก็จะยกโขยงกันมาจาริกแสวงบุญที่ภูเขาลูกนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักปีนเขามืออาชีพหรอก ใครๆ ก็เดินทางถึงยอดเขาเพื่อชื่นชมความงดงามที่เห็นแล้วต้องกลั้นหายใจได้ทั้งนั้น แค่เดินท่ามกลางความเขียวขจีของภูเขาไฟฟูจิก็เพียงพอให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และมนต์เสน่ห์ไร้ขีดจำกัดของภูเขาลูกนี้แล้ว

ออกไปพิชิตภูเขาไฟฟูจิ ชั้นที่ 6

ภูเขาไฟฟูจิคือความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ควรพลาด ในฤดูร้อนจึงมีผู้มาเยือนหลายร้อยหลายพันคนเลยทีเดียว หลายวันก่อนเรานั่งรถบัสสายตรงจากโตเกียวไปยังสถานี Mt. Fuji ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่ทำหน้าที่เป็นประตูเข้าออกภูเขาไฟฟูจิ โดยมีเป้าหมายจะผจญภัยไปในธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของภูเขาลูกนี้ ขณะรถไฟมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง ทัศนียภาพที่เห็นจากหน้าต่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากหมู่ตึกสูงกลายเป็นสีเขียวขจีแผ่ไพศาลที่ล้อมรอบภูเขา เนิน และหมู่ไม้ นอกจากกิจกรรมน่าท้าทายอย่างการปีนถึงยอดเขาแล้ว ยังมีเส้นทางอีกมากมายที่เหมาะกับคนทุกรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น Ochudo Trail (Oniwa/Okuniwa) นั้นเป็นทางเดินที่ปูไว้สำหรับมือใหม่
หลังเดินทางถึงสถานี Mt. Fuji เราก็เปลี่ยนไปขึ้นรถบัสและนั่งไปลงที่สถานี Okuniwa จากนั้น Okuniwa Trail ก็พาเราสู่สวนอันเต็มไปด้วยต้นสนอายุ 700 ปี ต้นเฮมล็อก ต้นสนชิราเบะ หินลาวาที่มีลักษณะเหมือนคลื่น และพุ่มไม้ ภูมิทัศน์อันงดงามของพืชพรรณโดยเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ในฉากหลังนั้น ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางของพวกเรา
Ochudo Trail เป็นเส้นทางยาว 2.9 กิโลเมตรที่วนรอบภูเขาไฟฟูจิขึ้นไปจนถึงครึ่งทาง ในอดีตมีเพียงผู้ที่เคยขึ้นถึงยอดเขามาแล้วสามครั้งเท่านั้นจึงจะใช้เส้นทางนี้ได้ สำหรับผู้จาริกแสวงบุญที่บูชาภูเขาไฟฟูจิ Ochudo Trail คือส่วนหนึ่งของการบำเพ็ญตบะอย่างเข้มงวดเพื่อรวบรวมสมาธิทั้งจิตใจและร่างกาย ทุกวันนี้เราทุกคนสามารถใช้เส้นทางนี้ได้ โดยจะเดินผ่านทรายที่มีก้อนกรวดและป่าสนเขา ก่อนจะไปถึงแนวป่าของภูเขาไฟฟูจิ
ผู้มาเยือนส่วนใหญ่จะอยากเห็น “โกะไรโค” และพระอาทิตย์ขึ้นจากยอดภูเขาไฟฟูจิ สำหรับใครที่ไม่ได้เตรียมตัวจะขึ้นไปถึงยอด สถานีที่ 6 ก็เป็นจุดซึ่งเหมาะแก่การชมพระอาทิตย์ขึ้นเช่นกัน หากสามารถทนรับอากาศหนาวที่อุณหภูมิประมาณ 4-5 องศาเซลเซียส ขอแนะนำให้เริ่มขึ้นเขาตอนตี 3 จะได้ขึ้นไปถึงสถานีที่ 6 ได้ทันเวลาเพื่อเปิดประสบการณ์ที่จะไม่มีวันลืมตลอดกาล การได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเลเมฆคือชั่วขณะอันน่าหวงแหนไปชั่วชีวิต
พักค้างคืนที่ Fujikyu Unjo-kaku สถานีที่ห้าของภูเขาไฟฟูจิ
หากมาเที่ยวแบบประหยัด โรงแรมแคปซูล Fujikyu Unojo-kaku ก็เป็นตัวเลือกอันดีที่สุดสำหรับการพักค้างคืน มีห้องอาบน้ำฝักบัวและอ่างล้างหน้าให้บริการ ที่พักก็กว้างขวางเพียงพอให้นอนหลับได้เต็มอิ่ม มีร้านอาหารเปิดให้บริการทั้งแบ็กแพ็กเกอร์และนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่ม จึงขอแนะนำว่าอย่าพลาดอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็นร้อนๆ แสนอร่อยของที่นี่
เว็บไซต์: https://www.fujiyama-navi.jp/unjyokaku/en/(ภาษาอังกฤษ)
พักค้างคืนที่ Hotel Mt. Fuji
Hotel Mt. Fuji ตั้งอยู่ในบริเวณของภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบ Yamanakako ภูมิใจนำเสนอทัศนียภาพน่าหลงใหลของภูเขาไฟฟูจิจากสวนของโรงแรม บ่ออาบน้ำกึ่งกลางแจ้งชื่อ “Hanare-no-yu” ก็มีทิวทัศน์ที่งามตระการตาของภูเขาไฟฟูจิให้ชื่นชมเช่นกัน
เว็บไซต์: https://www.mtfuji-hotel.com/lp/th/

ปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ Yamanaka และสัมผัสสายลมโชยเอื่อยในฤดูร้อน

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ทิวทัศน์บริเวณทะเลสาบทั้งห้าของฟูจิจะเปลี่ยนแปลงไปทุกฤดูกาล ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมาเยือน เพราะต้นไม้จะมีสีเขียวสดใสและดูมีชีวิตชีวากว่าฤดูอื่น ทะเลสาบ Yamanakako ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับสูงสุดในบรรดาทะเลสาบทั้งห้า เป็นจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นสำหรับการหลบร้อนและมาท่องเที่ยวในวันหยุด
หลังชมพระอาทิตย์ขึ้นจากภูเขาไฟฟูจิ สามารถนั่งรถบัสลงจากภูเขามายังทะเลสาบ Yamanakako เพื่อท่องเที่ยวด้วยการขี่จักรยาน มีร้านให้เช่าจักรยานอยู่มากมายหลายแห่งรอบทะเลสาบ เราเช่าจักรยานจาก PICA Yamanaka Lake Village ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีทั้งกระท่อมสำหรับเข้าพัก คาเฟ่เปลญวน และสวนที่เหมาะจะทำบาร์บีคิว เส้นทางขี่จักรยานรอบทะเลสาบ Yamanakako มีการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี และมีสถานที่น่าสนใจมากมายระหว่างทาง เป็นต้นว่า “Hana-no-miyako Park” ที่มีดอกไม้เบ่งบานงดงาม และ “Nagaike Shinsui Park” ซึ่งมีภูเขาไฟฟูจิในฉากหลัง ในเมื่อทัศนียภาพงดงามราวกับภาพวาดแบบนี้ จะถ่ายรูปจากมุมไหนก็ได้เลยตามต้องการ!
ภูเขาไฟฟูจิเป็นสถานที่ที่ควรค่าให้มาเยี่ยมเยือนตลอดทั้งปี แต่เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้นที่เปิดโอกาสให้คุณขึ้นไปถึงยอดเขาได้ เลิกลังเลได้แล้ว จองทริปไปภูเขาไฟฟูจิเดี๋ยวนี้เลยเถอะ!
เช่าจักรยานที่ PICA Yamanaka Lake Village
PICA Yamanaka Lake Village ก็เปิดให้เช่าจักรยานเช่นกัน ไม่ต้องพักที่กระท่อมก็เช่าจักรยานได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า วิธีที่ดีที่สุดในการเพลิดเพลินกับธรรมชาติรอบทะเลสาบ Yamanaka ก็คือการขี่จักรยานนั่นเอง
เว็บไซต์: http://yamanakako.pica-village.jp/en/ (ภาษาอังกฤษ)
เดินป่าแบบไร้กังวล เช่าอุปกรณ์ได้ที่ร้าน Yamarent
ร้าน Yamarent เป็นมืออาชีพด้านการให้เช่าอุปกรณ์เดินป่า ช่วงฤดูร้อนจะมีการเปิดเคาน์เตอร์ให้บริการใน Fujiyu Unjo-kaku ด้วย หลังทำการจองออนไลน์ นักปีนเขาจะได้รับอุปกรณ์ที่ต้องการในวันถัดไปโดยปราศจากความยุ่งยาก สามารถคืนอุปกรณ์ได้ที่เคาน์เตอร์หลังใช้งานเสร็จเรียบร้อย
เว็บไซต์: https://www.yamarent.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)
นั่งรถบัสทัวร์ Fuji Five Lakes
“Highlights Fujisan-Go” แวะจอดตามสถานที่น่าสนใจหลายแห่งในบริเวณ Fuji Five Lakes รวมถึงสถานีที่ 5 บนภูเขาไฟฟูจิ Oshino Hakkai และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ โดยมาพร้อมไกด์ผู้จะคอยอธิบายความสำคัญของสถานที่เหล่านี้ มีไกด์เสียงที่บอกเล่าข้อมูลเดียวกันเป็นภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาไทยด้วย ฉะนั้นรับรองว่าคุณจะได้มีส่วนร่วมตลอดเวลาแน่นอน
ท่องเที่ยวไปรอบๆ ด้วย Mt. Fuji Pass
ถ้าวางแผนจะไปเยือนแถวภูเขาไฟฟูจิละก็ Mt. Fuji Pass คือคู่หูที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทาง! กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการรถบัสและรถไฟท้องถิ่นที่ชื่อ Fujikyuko ได้ทำให้การเดินทางง่ายขึ้นด้วยการจำหน่ายตั๋วพาสแบบหนึ่งวัน สองวัน และสามวัน เมื่อมีตั๋วพาส จะสามารถนั่งรถบัสและรถไฟส่วนใหญ่ที่ให้บริการในบริเวณภูเขาไฟฟูจิได้โดยไม่จำกัดเที่ยว นอกจากนี้ หากแสดงตั๋วพาส จะได้รับส่วนลดค่าเข้าสถานที่น่าสนใจหลากหลายแห่งอีกด้วย เรียกได้ว่าของมันต้องมีเลยทีเดียว!
หาซื้อตั๋วพาสได้ที่สถานี Otsuki, สถานี Kawaguchiko, สถานี Mt. Fuji, ท่ารถบัส Asahigaoka, สถานี Gotemba, สถานี Mishima, สถานี Shin-Fuji และสถานี Fujinomiya โดยต้องแสดงพาสปอร์ตต่างประเทศ
Comments

ความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here