Tuesday, October 16, 2018

ตุ๊กตาฮินะแห่งซากาตะ

แถบโชไนในจังหวัดยะมะงะตะประกอบไปด้วยเมืองซากาตะและเมืองสึรุโอกะ สมัยก่อนซากาตะเคยรุ่งโรจน์ในฐานะท่าเรือสำหรับเรือคิตามาเอะบุเนะ จึงกลายเป็นศูนย์รวมที่ผสมผสานหลากหลายวัฒนธรรมและบ่มเพาะจิตวิญญาณแห่งการเปิดใจรับสิ่งต่างๆ เมื่อฤดูหนาวละลายกลายเป็นฤดูใบไม้ผลิในทุกๆปี (ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน) เมืองซากาตะก็จะจัดแสดงตุ๊กตาฮินะที่ได้รับความร่วมมือจากตระกูลต่างๆ ทั้งในแวดวงธุรกิจและการเมืองผู้สืบสายเลือดของพ่อค้าทางทะเล ในค.ศ. 1786 ตระกูลพ่อค้าท้องถิ่นผู้มั่งคั่งที่ชื่อฮมมะ ได้ว่าจ้างให้มีการสร้างอาคารสำหรับสมาชิกของรัฐบาลโชกุนที่มาเยือนจากเอโดะ ในภายหลังสิ่งปลูกสร้างอันโอ่อ่าได้กลายเป็นที่รู้จักของผู้คนมากมายในฐานะที่อยู่อาศัยของตระกูลฮมมะจนท้ายที่สุดก็ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมด้วย ที่นี่เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับคิตามาเอะบุเนะ ตุ๊กตาฮินะที่เป็นสินเดิมก่อนสมรสของ ฝ่ายหญิงและเครื่องใช้เคลือบเงาขนาดจิ๋วสำหรับใช้บนโต๊ะอาหารที่ผลิตด้วยเทคนิค มากิเอะ (ศิลปะการทำาเครื่องเคลือบของญี่ปุ่นโดยจะมีการโรยผงทองและผงเงินลง ไปบนดีไซน์) ขนมในเทศกาลตุ๊กตาฮินะเป็นขนมท้องถิ่นที่ยากจะได้พบในเมืองใหญ่ๆอย่างโตเกียว ร้านแห่งหนึ่งที่จำหน่ายขนมชนิดนี้โดยเฉพาะก็คือร้าน Komatsuya ซึ่งทำธุรกิจด้านขนมญี่ปุ่นมาหลายสิบปีแล้ว โดยทางร้านจำหน่ายขนมหวานอันงามวิจิตรที่มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันสำาหรับเทศกาลตุ๊กตาฮินะ เจ้าของร้านกล่าวว่าการผลิตขนมชนิดดังกล่าวหยุดชะงักระหว่างเกิดสงครามและเพิ่งได้รับการฟื้นฟูหลังได้รับคำขอจากตระกูลฮมมะผู้ทรงอิทธิพล เล่ากันว่าแม่พิมพ์เก่าแก่ที่ร้าน Komatsuya ใช้นั้นผลิตขึ้นในเกียวโตแล้วจึงค่อยส่งมายังซากาตะผ่านคิตามาเอะบุเนะ ระหว่างมาเยือนแถบนี้ ขอแนะนำว่าอย่าพลาดการไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ Izugiku เพราะคุณจะได้เปรมปรีดิ์กับอาหารที่ตระกูลฮมมะเคยอิ่มเอมระหว่างงาน เทศกาลตุ๊กตาฮินะ! Somaro เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นหรูหราที่ยอดเยี่ยมเป็นอันดับต้นๆ เริ่มโดดเด่นขึ้นมาในยุคที่ซากาตะรุ่งเรืองในฐานะเมืองท่าสำหรับเรือคิตามาเอะบุเนะ ในปัจจุบันร้านอาหารอันน่าพิศวงแห่งนี้ยิ่งโดดเด่นขึ้นอีกในฐานะห้องแสดงตุ๊กตาฮินะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับการระบำาสุดพิเศษโดยไมโกะ (เกอิชาฝึกหัด)...

ตุ๊กตาฮินะ มรดกตกทอดของสึรุโอกะ

เมืองสึรุโอกะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น เป็นภูมิภาคท่ีสำาคัญในสมัยเอโดะเพราะตระกูลซากาอิผู้ทรงอำนาจ ตั้งถิ่นฐานอยู่ในโชไนบ้านของตระกูลซากาอิในอดีตกลายมาเป็น พิพิธภัณฑ์ Chido Museum ในปัจจุบันและได้จัดแสดงตุ๊กตาฮินะในความครอบครองของตระกูลซากาอิมากว่าทศวรรษแล้ว ผู้สืบทอดรุ่นที่ 18 ตั้งความหวังว่าผู้มาเยี่ยมชมจะให้ความสนใจกับเรื่องราวเบื้องหลัง ตุ๊กตากันมากขึ้นระหว่างชื่นชมคุณค่าทางศิลปะของพวกมันในความรู้สึกของตระกูลซากาอินั้น ตุ๊กตาเหล่านี้ไม่เพียงบอกเล่าประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นเครื่องแสดงความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกๆ อีกด้วย อย่าพลาดชม Heishindo ซึ่งมีหลังคาที่ทำด้วยเปลือกไม้ซีดาร์และถ่วงน้ำหนักด้วยหินราว 40,000 ก้อน เรียกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมโดยแท้ และได้รับการลงทะเบียนให้เป็นทรัพท์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญจากทางรัฐบาลญี่ปุ่นเดิมทีที่นี่เป็นคฤหาสน์ของตระกูลคาซามะซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้าผู้รำ่ารวยในท้องถิ่น และมีการจัดแสดงตุ๊กตาฮินะในช่วงเทศกาล เช่นกัน     นอกจากการเยี่ยมเยือนสถานที่ต่างๆข้างต้น ยังสามารถสังเกตเห็นตุ๊กตาฮินะบนชั้นวางตุ๊กตาตามร้านค้าในท้องถิ่นเกือบทุกแห่งระหว่างเทศกาล เนื่องจากตุ๊กตาเหล่านี้แสดงถึงความรักอันปราศจากเงื่อนไขที่พ่อแม่มีต่อลูกสาวของตนนั่นเอง ทุกครอบครัวในญี่ปุ่นต่างก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตุ๊กตาฮินะด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสนี้ฟังเรื่องเล่าเหล่านี้ให้หมดเลย เถอะ!      

วัฒนธรรมคามาคุระของจังหวัดอะคิตะ

คามาคุระในภูมิภาคโทโฮคุหมายถึงกระท่อมหิมะซึ่งมีขนาดและโครงสร้างแตกต่างกัน จังหวัดอะคิตะเพียงจังหวัดเดียวก็เป็นถิ่นกำเนิดของเทศกาลสามอย่างที่ฉลองวัฒนธรรมของที่อยู่อาศัยขนาดเล็กซึ่งสร้างจากหิมะเหล่านี้แล้ว เทศกาล Rokugo Kamakura Festival ในแถบโรคุโก เมืองมิซาโตะนั้น จัดให้มีการต่อสู้ด้วยไม้ไผ่จึงขึ้นชื่อว่าเป็น “เทศกาลพิลึกพิลั่น” ที่ค่อนข้างอันตรายในประเทศญี่ปุ่น ส่วนเมืองมุตสึในภูมิภาคโทโฮก็มีย่านคะคุโนะดะเตะอันเป็นหนึ่งใน “ลิตเติ้ลเกียวโต” ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อมาเยือนบริเวณนี้จะได้เห็นผู้เข้าร่วมพากันกระตือรือร้นกับการเหวี่ยงวงแหวนลูกไฟขนาดยักษ์ที่ทำาจากฟางในเทศกาล Hiburi Kamakura Festival การแสดงดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์อันสื่อถึงการภาวนาขอให้มีสุขภาพแข็งแรง คามาคุระประเภทที่ผู้คนคุ้นเคยกันมากที่สุดนั้น สามารถพบเห็นได้ที่เมืองโยโคะเทะอันเป็นบ้านเกิดของเทศกาลคามาคุระที่จัดต่อเนื่องมากว่า 450 ปีแล้วในสมัยโบราณผู้คนในแถบนี้จะสร้างกระท่อมหิมะใกล้กับบ่อน้ำเพื่อบูชาแก่เทพเจ้าแห่งน้ำในอดีตเด็กๆ ก็เล่นกันใกล้บริเวณดังกล่าวเช่นกัน ปัจจุบันนี้คามาคุระทั้งหลายคือที่ตั้งของศาลเจ้า ผู้มาเยี่ยมชมได้รับอนุญาตให้สวดภาวนาส่วนเด็กๆก็สามารถเข้าไปดื่ม อามะซาเกะ (เหล้าหวานทำาจากข้าว) และรับประทานยากิโมจิ (โมจิปิ้ง) รสโอชะในกระท่อมหิมะได้ หลังได้เห็นว่าชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นมีความเกี่ยวข้องกับคามาคุระมากเพียงใด เราก็จะรับรู้ไปเองถึงตัวตนอันศักดิ์สิทธิ์ของธรรมชาติที่อยู่แวดล้อมและความเคารพนับถือของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อธรรมชาติ เว็บไซต์ Akita Tourism:...

สามปีศาจหิมะผู้มีชื่อเสียง

อย่าได้กลัดกลุ้มไป! ไม่มีมนุษย์หิมะที่น่าเกลียดน่าชังอยู่ในประเทศญี่ปุ่นหรอก จะมีก็แต่ต้นไม้น้ำแข็งอันงดงามจนน่าทึ่งที่เรียกกันว่า “ปีศาจหิมะ” ซึ่งตั้งอยู่กระจัดกระจายทั่วภูมิภาคโทโฮคุเท่านั้นเอง อะโอโมริ “ภูเขา Hakkoda” เมืองอะโอโมริ ภูเขา Hakkoda ในอะโอโมริ อันเป็นสวรรค์สำาหรับนักสกีคือ สถานที่ให้ใช้เวลาช่วงวันหยุดอย่างเหมาะเจาะสำหรับใครก็ตามที่ต้องการประสบการณ์การเล่นสกีบนทางลาดที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น การลื่นสกีไปตามเนินท่ามกลางปีศาจหิมะน่าตื่นตาตื่นใจที่เรียงรายอยู่รายรอบเป็นช่วงเวลาที่คนรักกีฬาฤดูหนาวต้องประทับไว้ในใจกันทุกคน วิธีเดินทางก็แสนง่ายเพราะมีกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปถึงบนภูเขา Hakkoda เลย เดินทาง 60 นาที โดยรถไฟจากสถานี JR Aomori หรือเดินทางโดยบัสจากสถานี JR Shin-Aomori ลงที่ Hakkoda Ropeway Base ยะมะงะตะ “ซะโอ” เมืองยะมะงะตะ มีการเปิดไฟส่องเหล่าปีศาจหิมะ ในซะโอ จังหวัดยะมะงะตะ เพื่อความสวยงาม ช่วยให้พวกมันเปล่งประกายและดูวิเศษย่ิงข้ึนอีก...

Winter Fun In Tohoku

สำราญใจกับทัศนียภาพของธรรมชาติในวิมานแห่งปุยหิมะอันมีชื่อว่าที่ราบสูง Appi Kogen ที่ราบสูง Appi Kogen ตั้งอยู่ในจังหวัดอิวะเตะ แม้จะยังไม่ใช่ที่สุด แต่ก็เป็นสถานที่อันดับต้นๆสำหรับการเล่นสกี พื้นที่ลาดเอียงอันมีอาณาบริเวณกว้างขวางช่างสมบูรณ์แบบสำาหรับมือใหม่ อีกทั้งยังมีถึง 21 เส้นทางให้เลือก รับรองว่าต้องมีเส้นทางท่ีเหมาะสมกับทักษะของนักสกีระดับกลางและระดับสูงอย่างแน่นอน ที่ราบสูง Appi Kogen ขึ้นชื่อเรื่องเกล็ดหิมะที่ละเอียดและมีนำ้าหนักเบาจึงได้รับฉายาว่าเป็น “วิมานแห่งปุยหิมะที่ละติจูดที่ 40” แต่นอกจากลานสกีแล้วก็ยังมีกิจกรรมอย่างอื่นให้ทำด้วย ผู้มาใช้บริการสามารถสวมรองเท้าลุยหิมะเดินไปตามเส้นทางที่กำหนดในป่าซึ่งอยู่ติดกับ Appi Grand Hotel การเดินท่องป่าของที่นี่เป็นประสบการณ์อันน่าเบิกบานใจ บางครั้งบางคราวหิมะก็หนาเกือบถึงเข่าเลยทีเดียว! เส้นทางที่ปกคลุมด้วยหิมะมีกิจกรรมน่าสนใจมากมายให้ลองทำเช่น เดาว่ามีสัตว์ชนิดใดบ้างเดินไปป่าเบิร์ชขาวอันงามตระการที่เราเดินผ่านเส้นทางเดินป่าจะพาคุณกลิ้งไปบนหิมะหนาให้ร่างปกคลุมด้วยหิมะที่ตกลงมาจากกิ่งไม้ และอาจได้ลื่นลงไปตามสไลเดอร์หิมะด้วย คุณจะได้เรียนรู้สรรพสิ่งเกี่ยวกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และอาจค้นพบสิ่งที่ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน เช่นเดียวกับเวลาทำกิจกรรมนอกห้องเรียน นอกจากการใส่รองเท้าลุยหิมะเดินท่องไปในป่า อาจจะลองลงทะเบียน ร่วมกิจกรรมดูดาวก็ได้ คุณจะได้นั่งสโนว์โมบิลไปสู่สถานที่สำหรับดูดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้าในยามราตรีเป็นประสบการณ์สุดแสนโรแมนติกที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง! ถ้ากิจกรรมนี้หนาวเย็นเกินไปสำหรับคุณก็อาจลองทำร่างกายให้อบอุ่นด้วยการลิ้มลองฟองดูว์ชีสแสนอร่อยภายในกระท่อมหิมะซึ่งตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงชมท้องฟ้าจนเต็มอิ่มหรือยัง? มีโอกาสให้ได้ลองปั่นจักรยานหิมะด้วยนะ...

โอดาเตะ จังหวัดอะคิตะ: แหล่งเพาะพันธุ์สุนัขอะคิตะ อินุที่ได้รับความชื่นชอบไปทั่วโลก

เมืองโอดาเตะ จังหวัดอะคิตะ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สุนัขที่มีชื่อว่า อะคิตะ อินุ สุนัขชนิดนี้มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก หางงอ หูชี้เป็นทรงสามเหลี่ยม และขน ปุกปุย ได้รับความชื่นชอบจากคนทั่วโลก ทว่าสุนัขอะคิตะ อินุ ที่เป็นสัตว์คุ้มครองไปตามธรรมชาติก็ไม่ได้เป็นเพียงสุนัขคู่ใจผู้น่ารักเพราะการปรากฏตัวของสุนัขพันธุ์นี้ในภาพยนตร์เรื่อง Hachi: A Dog’s Tale ที่นำาแสดงโดยริชาร์ด เกียร์ เมื่อค.ศ. 2009 อันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุนัขที่มีนิสัยเยี่ยมยอดก็ช่วยแนะนำจังหวัดอะคิตะให้ผู้ชมทั่วทั้งโลกได้รู้จักเหล่านักล่าสัตว์ในฤดูหนาวที่มีมาแต่เดิมในภูมิภาคโทโฮคุ เคยใช้สุนัขพันธุ์นี้เป็นคู่หูในการล่าสัตว์โดยสมัยนั้นจะเรียกพวกมันว่า มาตางิ เป็นสุนัขที่ทนทานต่อความหนาวเย็นและจงรักภักดีต่อเจ้านายอย่างยิ่ง สำหรับใครที่อยากเห็นสุนัขอะคิตะ อินุในชีวิตจริงต้องอย่าพลาดเมืองโอดาเตะ เมื่อไปเยือน Akita Inu Fureaidokoro (จุดนัดพบ) ในเมืองโอดาเตะ...

ทิวทัศน์อันน่าประทับใจของอ่าว Matsushima

หลังเดินทางมาถึงจังหวัดมิยะงิ เราก็มุ่งหน้าสู่ ศาลเจ้า Shiogama Jinja เป็นแห่งแรกศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่ย้อนรอยได้ถึงศตวรรษที่ 9 อีกทั้งยังเก็บรักษาโคมไฟในสวนแบบโบราณที่มัตสึโอะ บะโช เคยใช้เวลามาเยือนศาลเจ้า ตอนเราแวะไปภายนอกศาลเจ้ามีสีแดงและเหลืองอันเจิดจ้าของใบไม้เปลี่ยนสีเข้าปกคลุมนอกจากนี้ก็มี ศาลเจ้า Shiwahiko Jinja ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันเป็นจุดที่สามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพของอ่าว Matsushima โดยไม่มีสิ่งใดบดบัง อ่าว Matsushima เป็นหนึ่งในสามสุดยอดทิวทัศน์ของประเทศญี่ปุ่นจุดเด่นคือมีเกาะขนาดเล็กจำนวน 260 เกาะที่มีขนาดแตกต่างกันวางตัวกระจัดกระจายทั่วผืนทะเลกล่าวกันว่าทัศนียภาพอันเลอเลิศนี้คือเหตุผลที่ทำให้กวีกลอนไฮกุตัดสินใจออกเดินทางตั้งแต่แรกเพราะเขาอยากเห็นความงดงามนั้นกับตาตัวเอง น่าเสียดายที่มัตสึโอะ บะโช ไม่ได้ทิ้งกลอนไฮกุเกี่ยวกับมัตสึชิมะให้เราได้ชื่นชมอาจเป็นเพราะว่าเขาอยากให้ทุกคนได้ไปชมความงามของมัตสึชิมะด้วยตาตัวเองก็เป็นได้ คาวาอิ โซระ เป็นลูกศิษย์ที่ติดตามมัตสึโอะ บะโช เขาเคยเขียนกลอนไฮกุเกี่ยวกับ เกาะ Oshima (มีสะพานเชื่อมกับมัตสึชิมะ) โดยแสดงความรู้สึกเสียใจที่ดอกอาเซเลียที่เบ่งบานไม่อาจขับขานได้ดั่งนกกระเรียน มิเช่นนั้นก็จะยิ่งเพิ่มมนต์เสน่ห์ให้แก่เกาะแห่งนี้ แม้เราจะไม่ได้ยินเสียงที่โซระปรารถนาทัศนียภาพแบบพาโนรามาอันน่าตื่นตาตื่นใจของป่าที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีก็สร้างความพึงพอใจ ให้พวกเราจนเกินพอในบรรดาแหล่งท่องเที่ยวของมัตสึชิมะนั้น...

โลกแห่งน้ำอันน่าทึ่ง

การแสดงปลาโลมา Umino-Mori Sendai Umino-Mori Aquarium มีชื่อเสียงโด่งดังจากตู้ปลาขนาดยักษ์ที่จัดแสดงสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ จาก Sanriku Ocean ทางพิพิธภัณฑ์จัดการแสดงอันทรงพลังของโลมาและสิงโตทะเลในสระกลางแจ้งเป็นประจำทุกวัน เราจะได้เห็นพวกมันกระโดดหมุนตัวและทิ้งตัวกระแทกน้ำตามคำสั่งของครูฝึกนักท่องเที่ยวยังมีโอกาสให้อาหารและมีปฏิสัมพันธ์กับเพนกวินด้วยเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไม่รู้ลืมสำหรับคนทั้งครอบครัว Sendai Umino-Mori Aquarium http://www.uminomori.jp/umino/en/index.html (ภาษาอังกฤษ) Jellyfish Dream Theater อย่าลืมแวะมาชมแมงกะพรุนประมาณ 60 สายพันธุ์ที่ Kamo Aquarium อันเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่แปลกไม่เหมือนใครในเมืองสึรุโอกะ จังหวัดยะมะงะตะ สายพันธุ์ของแมงกะพรุนที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จัดแสดงมีจำนวนมากที่สุดในโลกจนได้บันทึกกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ สิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีลำตัวเป็นวุ้นเหล่านี้ยิ่งดูน่าทึ่งเป็นพิเศษเวลาลอยล่องในตู้ปลาทรงกลมขนาดใหญ่โดยมีฉากหลังเป็นสีสันที่เปลี่ยนไปมา อย่าลืมลิ้มลองไอศกรีมแมงกะพรุนที่ได้รับความนิยมโปะหน้าด้วยแมงกะพรุนอบแห้งกรุบกรอบด้วยนะ Jellyfish Dream Theater ที่ Kamo Aquarium:  https://kamo-kurage.jp/english/ (ภาษาอังกฤษ)

รำลึกความสวยงาม Yamadera และ Mogamigawa

ระหว่างทางไปจังหวัดยะมะงะตะ เราวกอ้อมไปแวะ Hojin-no-ie Inn ที่นี่เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่มัตสึโอะ บะโช เคยเข้าพักเพียงแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่บันทึกกล่าวว่ามัตสึโอะ บะโช มาแถวนี้ในฤดูฝน จึงต้องพักที่โรงแรมสองสามคืนเพราะถนนอยู่ในสภาพย่ำแย่ พอเขายืดระยะเวลาการพักแรม สถานที่แห่งนี้จึงเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาเนื่องจากว่าเขาฆ่าเวลาด้วยการแต่งกลอนไฮกุหลายบทขณะอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ ชื่อของโรงแรมแปลตรงตัวได้ว่า “บ้านสำหรับผู้อาศัยตามชายแดน” ด่านตรวจ ชายแดนในอดีตที่ชื่อ “Shitomae-no-seki” ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงจึงสร้างรูปปั้นของกวีผู้มีชื่อเสียงขึ้นมาเพื่อระลึกถึงการมาเยือนของเขา หลังออกเดินทางจากโรงแรม พวกเราก็เดินทางไปยังวัด Risshakuji ต่อเลย ที่นี่เป็นสถานที่ที่มัตสึโอะ บะโช แต่งกลอนไฮกุอันโด่งดังท่ีมีช่ือว่า “เสียงร้องแหลมของจั๊กจั่นซึมเข้าสู่ก้อนหินท่ามกลางความเงียบสงัด” แม้จะมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัด Risshakuji แต่โดยทั่วไปคนจะเรียก วัดแห่งนี้ว่า วัด Yamadera (ความหมายตรงตัวคือวัดบนเขา)...

ออกเดินทางกับมัตสึโอะ บะโช ปรมาจารย์ด้านการแต่งกลอนไฮกุและนักผจญภัย

เส้นทางยาว 2,400 กิโลเมตรที่ได้รับการกล่าวถึงในโอคุ โนะ โฮโซมิจิ ประกอบด้วยถนนสายต่างๆ ซึ่งนำทางสู่นิกโก้ โอชู เดวะ และโฮคุริคุ สองเส้นทางที่น่าสนใจกว่าใครเพื่อนคือโอชูและเดวเพราะทั้งคู่เต็มไปด้วยทัศนียภาพอันน่าทึ่งแล้วยังผ่านสามจังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุ คือ มิยะงิ อิวะเตะ และยะมะงะตะ สถานที่ที่ไม่ควรพลาดการรับชมบนเส้นทางนี้ก็คือ เกาะ Matsushima อันเป็นหนึ่งในสามสุดยอดทิวทัศน์ในญี่ปุ่น ตามด้วยมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกอย่างฮิราอิซุมิ วัด Yamadera ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,100 ปี แม่น้ำ Mogamigawa ซึ่งไหลผ่าน เขตแดนทางตอนเหนือของจังหวัดยะมะงะตะ และคิตะคะตะจุดปลายสุดทางตอนเหนือของเส้นทางโอคุ โนะ โฮโซมิจิ โชคดีที่เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้า เราจึงไม่ต้องพเนจรผ่านภูเขาและแม่นำ้าทั้งหลายเพื่อไปให้ถึงสถานที่เหล่านั้นเช่นเดียวกับมัตสึโอะ บะโช...