Thursday, January 23, 2020

4-ธรรมชาติ

สัมผัสธรรมชาติในแบบญี่ปุ่นอันห้อมล้อมไปด้วย ภูเขาอลังการ ทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์ ป่าไผ่อายุหลายศตวรรษ และแหล่งธรรมชาติต่างๆที่ซ่อนอยู่ในเมืองใหญ่

ไปเที่ยวมิอุระ・มิซากิ เมนูปลามากุโระสดๆ ทิวทัศน์สวยงาม และคาวาสึซากุระที่ดูได้แค่ช่วงนี้เท่านั้น

ออกเดินทางกับ Misaki Maguro Day Trip Ticket สำหรับใครที่มาโตเกียวอยู่บ่อยๆ แล้วอยากชมธรรมชาติบ้าง ทานอาหารทะเลอร่อยๆ บ้าง ต้องลองมาเที่ยวที่ท่าเรือมิอุระ・มิซากิ ที่อยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรมิอุระ ที่ท่าเรือมิซากิมีเมนูจากปลามากุโระมากมายใช้เลือกชิม แถมวิวมหาสมุทรให้ชมอย่างเพลินใจ ไม่เพียงแค่นี้ บนชายฝั่งมิอุระยังเป็นที่ตั้งของต้นคาวาสึซากุระและดอกนาโนะฮานะ เมื่อรถไฟวิ่งผ่านจะกลายเป็นวิวที่สวยเหมือนภาพวาด ครั้งนี้กองบรรณาธิการจะมาแนะนำเคล็ดลับว่าเที่ยวอย่างไรให้ประหยัด และยังสนุกได้สุดเหวี่ยง ท่าเรือมิซากิตั้งอยู่ที่เมืองมิอุระ จังหวัดคานะกะวะ นั่งรถไฟจากตัวเมืองหรือชินากาวะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะมาถึงแหล่งปลามากุโระ - ท่าเรือมิซากิ ก่อนหน้านั้นจะพบกับเกาะโจกะชิมะที่อยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรมิอุระ ทางภูมิศาสตร์เกาะโจกะชิมะเป็นเขื่อนกันคลื่นทะเลโดยธรรมชาติ ประกอบกับปลาหลากหลายชนิดในบริเวณท่าเรือมิซากิ ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในแหล่งที่จับปลามากุโระได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เรียกได้ว่าถ้าแวะมาที่นี่แล้วไม่ได้ทานมากุโระก็เหมือนยังมาไม่ถึง “Misaki Maguro Day Trip Ticket”...

4 ฤดูกาลในนะงะโนะ &เคล็บลับการท่องเที่ยว

แนวเขาอันแข็งแกร่งที่ตีกรอบเมืองนะงะโนะเป็นจุดมุ่งหมายยอดนิยมของเหล่านักปีนเขาและนักผจญภัยในฤดูร้อนบนภเูขาจะเย็นสบาย ช่วยปรอบประโลมนักท่องเที่ยวจากอากาศร้อนอ้าวทั่วญี่ปุ่น นักเดินทางจะได้สูดอากาศบนภเูขาอยา่งเต็มปอดพลางชื่นชมธรรมชาติอุดมสมบรูณ์ในฤดหูนาวยังมีออนเซ็นช่วยให้ความอบอุ่นและผ่อนคลายนะงะโนะมีออนเซ็นมาก ที่สุดเป็นอันดับสองจากทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นจึงมีออนเซ็นหลากหลายประเภทสำหรับทุกคนที่มาเยือนและต้องการสัมผัสกลิ่นอายแห่งนะงะโนะอย่างเต็มที่ เนินหิมะกว้างป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่นะงะโนะเป็นเมืองยอดนิยมสำหรับกีฬาฤดูหนาวอย่างสกี และสโนวบอร์ดในปี 1998 นะงะโนะเป็นเจา้ภาพของงาน Winter Olympicsจิตวิญญาณแห่งนักกีฬาจึงยังสืบทอดมาถึงปัจจุบันสำหรับแฟนกีฬาที่นี่มีทั้งอนุสาวรีย์และสนามกีฬาโอลิมปิก ให้ได้เยี่ยมชมเมื่อเดินผ่านสถานที่แห่งประวัติศาสตร์เหล่านี้บรรยากาศความขลังทำให้ราวกับได้ยินเสียงเชียร์กึกก้องเหมือนในอดีต 4 ฤดูกาลในนะงะโนะ ฤดูใบไม้ผลิ ไม่เพียงแค่ดอกซากุระ แต่ดอกท้อ ดอกแอพริคอท และดอกบ๊วยต่างก็เบ่งบานเป็นสีชมพูระเรื่อในฤดูนี้ ทำให้ทิวทัศน์รอบตัวสวยงามเหมือนอยู่ในเทพนิยาย เทศกาลดอกไม้ Zenkoji Hana Kairo ทางเดินส่วูดั Zenkoji จะปไูปดว้ยมวล ดอกไม้ ฤดูร้อน Iizuna Fire Festiva ที่ราบสูงแห่งนี้เต็มไปด้วยดอกบัควีทที่เบ่งบานเต็มพื้นที่ มีความสูงกว่า 1,000 เมตร และตั้งอยู่ห่างจากเมืองนะงะโนะประมาณ 1 ชั่วโมง จะมาตั้งแคมป์หรือพายเรือก็เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ทั้งเย็นสบายและสดชื่น เทศกาล Nagano Binzuru ทั่วทั้งเมืองจะล้นหลามไปด้วยคลื่นฝูงชนเริงระบำยินดีต้อนรับทุกคนที่เห็นแล้วอยากร่วมด้วย เทศกาลดอกไม้ไฟ Iizuna จะมีการจุดดอกไม้ไฟประกอบดนตรีดั้งเดิมในราชสำนักญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศราวกับภาพมายาบนเวทีไดซาโฮชิอิเคะ ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้สีเหลืองสลับแดงในนะงะโนะดูคล้ายชุดกิโมโนผ้าไหมแบบยูเซ็น...

บริเวณ Togakushi: ประวัติศาสตร์แห่งนินจาปกคลุมธรรมชาติอันน่าทึ่ง

ศาลเจ้า Togakushi Jinja ตำมรอยตำนานอันลึกลับและสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้า Togakushi ประกอบด้วยศาลเจ้า 5 แห่งซึ่งตั้งอยู่บนตีนภูเขาโทงาคุชิ เทวตำนานของญี่ปุ่นกล่าวว่า ตอนที่เทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์ "Amaterasu" ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำเพราะความโศกเศร้า โลกก็ตกอยู่ในความมืดมิด เทพองค์อื่นๆ พยายามล่อเธอออกมา จนในที่สุดก็สามารถเหวี่ยงประตูหินทิ้งไปได้สำเร็จ จุดที่ประตูหินตกลงไปกลายเป็นภูเขาโทงาคุชิ (ความหมายตรงตัวคือ "ประตูแห่งการซ่อนตัว") ดวงอาทิตย์จึงกลับสู่โลกของเราด้วยประการฉะนี้ ไม่ว่าเทวตำนานจะจริงหรือไม่ ที่นี่ก็มีการบูชาทวยเทพผู้ปรากฏในเรื่องราวอยู่ดี เรียกได้ว่าเทวตำนานนี้ หรือที่มีชื่อว่า “Ama no Iwato Hiraki” (ตำนวนแห่การเปิดประตูถ้ำหิน) ช่วยเพิ่มมนต์เสน่ห์ให้กับโทงาคุชิ คลิกเพื่อดูสถานที่ท่องเที่ยวจากแผนที่ ศำลเจ้ำ Togakushi ทั้ง 5 1....

รสชาติของท้องทะเล

ฤดูใบไม้ร่วงเต็มไปด้วยกิจกรรมที่โทโฮคุ นี่เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนท้องถิ่นต่างยุ่งกับการถนอมอาหารไว้สำหรับฤดูหนาวที่ยาวนานและโหดร้ายที่รออยู่ข้างหน้า ขอเชิญชวนให้ผู้เยี่ยมชมมาลิ้มลองรสชาติของการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมนี้ ยุระที่เมืองซึรุโอกะ ท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดยะมะงะตะ ได้พัฒนาหลากหลายวิธีในการถนอมปลาแซลมอนที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา หนึ่งในนั้นคือการทาด้วยกากจากการกลั่นเหล้าและซอสมิโสะ ผู้คนท้องถิ่นกล่าวกันว่าปลาแซลมอนอร่อยเป็นพิเศษในระหว่างช่วงวางไข่ และพวกเขาแนะนำให้รับประทานตั้งแต่หัวไปจนถึงหาง นอกเหนือไปจากการกินแบบดิบๆ และการกินกับซูชิแล้ว คุณยังสามารถย่างกับเกลือ หมักกับซอสถั่วเหลืองและต้มในซอสหวานของญี่ปุ่นได้ด้วย นีงะตะที่เมืองมุระคะมิ มีชื่อเสียงด้านอาหารจากปลาแซลมอนมาตั้งแต่ยุคเอโดะ มีธรรมเนียมในการแขวนปลาแซลมอนหมักเกลือไว้บนชายคาบ้านในช่วงต้นเดือนธันวาคม ลมแห้งและเย็นที่ทะลักเข้ามาในฤดูหนาวดูดความชื้น ทำให้ปลาแซลมอนหมักเกลือแห้งสนิท มอบรสสัมผัสที่เข้มข้นลึกล้ำ ภาพของปลาแซลมอนนับพันถูกแขวนยื่นออกมาจากบ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมในฤดูหนาวนั้นน่าตื่นตะลึงจริงๆ ปลาแซนด์ฟิชญี่ปุ่นเป็นอาหารที่หาได้ทั่วไปในฤดูหนาวเช่นกัน ปลาชนิดนี้ถูกขนานนามว่า “ปลาพระเจ้า” แห่งคาบสมุทร โองะ ว่ายไปยังจังหวัดอะคิตะเพื่อวางไข่ในเดือนธันวาคม ปลาแซนด์ฟิชญี่ปุ่น (Hatahata) หมักเกลือนั้นเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญในฤดูหนาว ผู้คนที่อะคิตะย่างมันกับเกลือ ต้มในหม้อไฟ แล้วรับประทานกับสาหร่ายทะเล อาหารเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องลิ้มชิมรสให้ได้เมื่อมาเยือนโทโฮคุ! มุระคะมิ นั่งรถไฟสายธรรมดาสาย JR Uetsu...

ผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับฤดูใบไม้ร่วง

ชิมรสผลไม้ที่ดีที่สุดในฤดูใบไม้ร่วงของโทโฮคุได้ด้วยการนั่งรถไฟที่ท่องผ่านป่าหลากสีในฤดูใบไม้ร่วง ลงที่สถานี Furukawa สาย Tohoku Shinkansen แล้วขึ้นรถไฟสาย Riku-East รถไฟสายนี้วิ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุร้อนนารุโกะ (Naruko) ซึ่งมีประวัติศาสตร์กว่า 1000 ปี นารุโกะมีหมู่น้ำพุร้อนถึงห้ากลุ่ม – นารุโกะ, อีสต์ นารุโกะ, นะคะยะมะไดระ, คะวะทะบิ, โอนิโคะเบะ – และเป็นที่ตั้งของช่องเขานารุโกะ ช่องเขาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ จากสถานี Naruko-Onsen รถไฟแล่นไปตามแม่น้ำอะระโอะงะวะ ก่อนจะไต่ขึ้นอย่างช้าๆ ไปยังช่องเขานารุโกะ ที่ซึ่งใบไม้หลากสีสันแต่งแต้มหน้าผาในฤดูใบไม้ร่วง นี่เป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่มีทัศนียภาพงดงามที่สุดในญี่ปุ่น (ฤดูชมใบไม้เปลี่ยนสีนั้นเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน) คะมิโนะยะมะ สถานี Kaminoyama-Onsen เส้น...

รวงข้าวสีทอง

เมื่อไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น คุณอาจประหลาดใจกับประเภทของข้าวที่มีวางจำหน่ายอยู่มากมาย “ข้าวญี่ปุ่น” (Japonica rice) เป็นที่รู้จักในด้านความเหนียวและความหวาน ภูมิภาคโทโฮคุเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่เป็นที่นิยมมาตั้งแต่ในอดีต และมีชื่อเสียงว่ามีข้าวอร่อยหลากหลายสายพันธุ์คุณภาพเยี่ยม ในฤดูหนาว จังหวัดโทโฮคุถูกปกคลุมด้วยหิมะที่ตกหนัก เมืองที่อยู่ริมทะเล รวมไปถึงนีงะตะ อะคิตะ และยะมะงะตะล้วนประสบกับสภาวะอากาศโหดร้ายจากทะเล ทันทีที่ฤดูใบไม้ผลิมาถึง น้ำที่ละลายจากหิมะไหลรวมกันลงไปยังแม่น้ำขนาดใหญ่และชำระล้างทุ่งนาที่สร้างขึ้นบนทุ่งกว้าง เนื่องจากปรากฏการณ์ลมเฟิห์น ซึ่งคือลมแห้งพัดลงมายังภูเขา อุณหภูมิในช่วงเที่ยงจึงสูงมาก แต่เย็นลงในช่วงเย็น ดังนั้น การผลิตข้าวที่เป็นเอกลักษณ์ชนิดนี้จึงเกิดขึ้นได้ เมืองซากาตะเป็นยุ้งฉางสำหรับเก็บข้าวมาอย่างยาวนาน และโกดัง “ซังเคียว โซโคะ” (Sankyo Soko) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1893 ก็ยังคงใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน ในเดือนตุลาคม เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวใกล้มาถึง รวงข้าวสีทองพลิ้วไหวไปกับสายลม และทัศนียภาพที่เป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นก็แผ่ไปทั่วภูมิภาค ชมเสี้ยวหนึ่งของทิวทัศน์เปี่ยมเสน่ห์จากรถไฟธรรมดาหรือรถไฟชินคันเซ็น...

ดินแดนแห่งแอปเปิ้ล

ภูเขาอิวากิ หรือที่เรียกว่า “ทสึงะรุ ฟูจิ” (ทสึงะรุเป็นภาษาญี่ปุ่นโบราณของอะโอโมริ) ตั้งอยู่ในอะโอโมริ จังหวัดฮอนชู ที่ปลายยอดทางเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เมื่อฤดูใบไม้ร่วงใกล้เข้ามา ถือเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดที่จะเพลิดเพลินกับสีสันหลากหลายของธารน้ำจากภูเขาโออิระเสะ รวมทั้งแอปเปิ้ลแดงที่เติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์อย่างที่เชิงเขา แอปเปิ้ลญี่ปุ่นมีชื่อเสียงว่าลูกใหญ่และไม่มีตำหนิ การเพาะปลูกแอปเปิ้ลในจังหวัดอะโอโมริเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยการปฏิรูปยุคเมจิโดยเหล่าซามูไรที่ตกงาน ในปี 1875 ภูมิภาคนี้ ซึ่งยังไม่เคยถูกใช้เพื่อการเพาะปลูกมาก่อนนั้น ได้รับตัวอย่างแอปเปิ้ลสามสายพันธุ์มาจากตะวันตก ซามูไรผู้สูญเสียสถานะทางสังคม แลกเปลี่ยนดาบคะทะนะ (katana ดาบมีคมเพียงด้านเดียว) ของพวกเขากับกรรไกรแต่งกิ่งไม้ และเทคนิคเซนเท (sentei การตัดกิ่งไม้) ดังนั้นอะโอโมริจึงกลายมาเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดในการผลิต แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลสุกงอมเหล่านี้ข้ามผ่านสภาพภูมิอากาศโหดร้าย ทั้งหิมะที่ตกลงมาเป็นปริมาณมาก และความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรุนแรงระหว่างกลางวันและกลางคืน มอบความกลมกล่อมลงตัวระหว่างความหวานและความเปรี้ยว ทำให้พวกมันมีรสชาติเข้มข้น หลังจากดูแลแอปเปิ้ลอย่างใส่ใจ ตะกร้าสานจากไม้ไผ่ที่ยืดหยุ่น...

ประสบการณ์ “Farm Stay” ครั้งแรกที่อีเดะ (Iide): สัมผัสญี่ปุ่นในแง่มุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ถ้าเที่ยวโตเกียว โอซาก้าจนเบื่อแล้ว เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากลองมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นจริงๆ ดูบ้างสักครั้งในชีวิต ครั้งนี้ ทีมงานของ WAttention จึงออกเดินทางไปออกทริปแบบ "ฟาร์มสเตย์" ที่อีเดะ จังหวัด ยะมะงะตะ ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้อาศัยอยู่ในบ้านของผู้คนท้องถิ่น ได้ลองใช้ชีวิตใกล้ชิดกับพวกเขา และยังได้ชิมอาหาร อร่อยๆ ปรุงจากวัตถุดิบที่สดใหม่อย่างเหลือเชื่อด้วย เราเริ่มต้นการเดินทางด้วยการเช่ารถจากตัวเมืองยะมะงะตะ มายังอีเดะ สองข้างทางเต็มไปด้วยสีเขียวชอุ่มของต้นไม้นานาพันธุ์ และเมื่อมาถึง ทิวทัศน์อันน่าประทับใจของบ้านพักฟาร์มสเตย์ "อิโระริ" ก็ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเก็บความงามไว้ชื่นชมนานๆ ตัวบ้านพักนั้นเป็นบ้านญี่ปุ่นขนาดเล็กกะทัดรัด มาพร้อมห้องรับแขกกว้างขวางที่มี "อิโระริ" – เตาเหล็กแบบโบราณแขวนอยู่ตรงกลางเพื่อให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว และเมื่อมองผ่านบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ออกไปจะเห็นต้นไม้ใหญ่มากมายและแม่น้ำโมงะมิ ที่อยู่ห่างจากตัวบ้านไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น อิโตะ โนบุโกะซัง เจ้าของฟาร์มสเตย์อิโระริ ซึ่งดูแลทุกอย่างทั้งในฟาร์มและในบ้านพักที่มีทั้งหมดถึง 8 หลังด้วยตัวเองต้อนรับเราเป็นอย่างดีด้วยอาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบจากภูเขา –...

ไปเที่ยวยะมะงะตะกันเถอะ! รวมที่เที่ยวไฮไลต์ห้ามพลาดในยะมะงะตะ

ยะมะงะตะมีของดีซ่อนอยู่มากมาย ทั้งสวนดอกไม้ บ่อน้ำพุร้อน ที่พักแบบเรียวกัง และอื่นๆ มาดูกันว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ภูเขา Haguro หนึ่งในสามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ Dewa Sanzan นักท่องเที่ยวสามารถสวมใส่ชุดสีขาวล้วนของนักบวชยะมะบุชิ (Yamabushi) เดินตามเส้นทางจาริกแสวงบุญขึ้นไปบนขั้นบันไดหินทั้ง 2,446 ขั้น เพื่อรับพลังจากธรรมชาติ ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ความสัมพันธ์และการคลอดบุตรที่วัดโบราณ และเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของเจดีย์ห้าชั้นที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 937 ได้ ที่อยู่: Yamagata Prefecture, Yamagata City, Jonanmachi, 1-1-1, Kajo Central การเดินทาง: นั่งรถบัส Haguro Peak/ Mt.Gassan จากสถานี JR...

ฮัทสึชิมะ เกาะที่เปี่ยมไปด้วยการผจญภัย

หนีกรุงไปเที่ยวแบบเร้าใจดูสักครั้ง มีเกาะแห่งหนึ่งที่อยู่เลยออกไปจากชายหาดของเมืองอาตะมิในจังหวัดชิซุโอกะ เกาะนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านกับการพักผ่อนสบายๆ การผจญภัยบนเกาะฮัทสึชิมะเริ่มขึ้นที่ท่าเรืออาตะมิโคะ ที่ซึ่งผู้มาเยือนเลือกได้ว่าจะนั่ง “Ile de Vacance Premier” หรือ “Ile de Vacance III” เรือที่แล่นด้วยความเร็วสูง ซึ่งพานักเดินทางจากท่าเรือไปยังเกาะตลอดทั้งวัน ตลอดระยะเวลา 30 นาทีบนเรือ เป็นการเดินทางอันน่าพึงพอใจที่มอบโอกาสให้ผู้โดยสารได้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์งดงามจนแทบหยุดหายใจของอ่าวซากามิ และให้อาหารเหล่านกนางนวลที่พยายามบินตามเรือให้ทัน เกาะฮัทสึชิมะมีกิจกรรมกลางแจ้งที่น่าสนใจมากมาย เช่น สวนสไตล์เอเชีย “R-Asia” ที่ซึ่งคุณสามารถนอนเล่นบนเปลญวนและชมดอกไม้นานาพันธุ์อย่างดอกแดฟโฟดิล ดอกปักษาสวรรค์ และแม้กระทั่งดอกซากุระที่บานรวดเร็วกว่าที่อื่นๆ ได้ ที่นี่ นักท่องเที่ยวสามารถชมดอกไม้ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นได้ก่อนใคร ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เลยทีเดียว! ภายในสวน ยังมี SARUTOBI คอร์สผจญภัยสนุกสนานให้คนรักความตื่นเต้นได้สัมผัสประสบการณ์...