Friday, December 6, 2019

อิวะเตะ แดนมหัศจรรย์: ตามหา “ถ้ำฟ้า” กลางทะเล

ให้ชาวประมงใจดีพาคุณล่องเรือซัปปะไปหา“ถ้ำฟ้า” Jodogahama เป็นสถานที่น่าจับตามองมาที่สุด ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งRikuchu-kaigan ที่ Miyakoshi จังหวัดอิวะเตะ คำว่า Jodo ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “สรวงสวรรค์” ความสวยงามอันชวนตะลึงของน้ำทะเลสีฟ้าใสตัดกับหินไรโอไลต์ตะปุ่มตะป่ำสีอ่อน ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมจึงขนานนามสถานที่แห่งนี้ว่า “สรวงสวรรค์” สวรรค์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางทะเลและก้อนหินอย่างมีมนต์ขลัง ถ้ำฟ้าแห่งนี้จะทำให้คุณต้องตกตะลึงและเป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือน เริ่มจากคว้าหมวก สวมเสื้อชูชีพ แล้วกระโดดขึ้นเรือชาวประมงที่เรียกว่าเรือซัปปะ เมื่อคุณนั่งเรือผ่านคลื่นทะเลลมแรงมา ก็จะมาถึงปากทางเข้าเล็กๆซึ่งอยู่ระหว่างหินผา แล้วล่องเรือเข้าไปอย่างช้าๆ ช่างเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นจริงๆ เมื่อคุณผ่านทางเข้าแคบๆของหินผาซึ่งแคบจนอาจต้องเบี่ยงตัวพร้อมกลั้นหายใจ คุณจะได้ตกตะลึงกับน้ำทะเลสีเขียวมรกต สีน้ำเงินเข้มและสีฟ้าใสราวคริสตัล คุณอาจจะเห็นเงาสะท้อนของตัวคุณเองบนผิวน้ำด้วย ค่าเดินทาง: 1,500 เยนต่อคน สำหรับล่องเรือซัปปา 20 นาที (Jodogahama Marinehouse) *ไม่สามารถจองได้, อาจงดบริการเรือเนื่องจากสภาพอากาศ วิธีเดินทาง: นั่งรถบัส...

ประสบการณ์ฟาร์มสเตย์ในฤดูหนาวที่ยะมะงะตะ

ที่สุดของจุดชม “หิมะ” ในยะมะงะตะ วัด Yamadera เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับสายแอดเวนเจอร์ที่ชื่นชอบการท้าทายพละกำลังของตัวเองให้ไปถึงขีดสุด เดินฝ่าหิมะขึ้นบันไดทั้ง 1,000 ขั้นขึ้นไปยังด้านบนของวัดดูสิ แล้วจะได้พบกับทิวทัศน์ที่งดงามราวกับรูปวาดอย่างที่เห็น นอกจากจะได้ออกกำลังให้คลายหนาวแล้ว ระหว่างที่ค่อยๆ ขึ้นบันไดไปในแต่ละขั้น จะทำสมาธิ กำหนดลมหายใจไปด้วยก็ได้ ไม่แน่ว่าเมื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้วเดินกลับลงมา อาจได้รับจิตใจที่สงบนิ่งมาเป็นรางวัล ที่อยู่: 4456-1 Yamadera, Yamagata-shi, Yamagata การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี Yamadera Station เวลาทำการ: 8.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชม: 300 เยน Ginzan Onsen ในฤดูหนาว ตึกสองข้างทางของหมู่บ้านออนเซ็นแห่งนี้จะดูสวยโรแมนติกเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในค่ำคืนที่มีหิมะโปรยลงมา...

ประสบการณ์ฟาร์มสเตย์ในฤดูหนาวที่ยะมะงะตะ

งานประเพณีอันน่าประหลาดใจ กลางหิมะโปรยปราย ประสบการณ์ฟาร์มสเตย์ของเราในครั้งนี้ ต่างออกไปจากครั้งก่อนๆ อยู่บ้าง เพราะฤดูหนาวไม่ใช่ฤดูแห่งการเพาะปลูกหรือเก็บเกี่ยว แต่เป็นช่วงเวลาของการถนอมอาหาร และอดทนผ่านสภาพอากาศอันโหดร้ายไปให้ได้ สิ่งที่เราได้สัมผัสจึงเป็นงานประเพณีที่ไม่เหมือนใครในฤดูกาลแห่งหิมะ และการใช้ชีวิตอยู่กับอากาศที่หนาวเย็นอย่างไม่เกรงกลัว Kasedori Festival ที่เมืองไทย เราเฉลิมฉลองด้วยการสาดน้ำเย็นชื่นใจใส่กันในช่วงที่ร้อนที่สุดของปีอย่างเทศกาลสงกรานต์ แต่ที่ยะมะงะตะ ในงานเทศกาล Kasedori (加勢鳥) เหล่าผู้กล้าท้าความหนาวเย็นจะสวมชุดฟางเดินไปตามท้องถนน เพื่อให้ผู้คนราดน้ำใส่ตัว ทั้งๆ ที่อุณหภูมิในหน้าหนาวนั้น เย็นยะเยือกระดับติดลบกันเลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของงานเทศกาล Kasedori สืบย้อนไปได้ถึงกว่า 400 ปีก่อน ในสมัยนั้นเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นในเมืองคามิโนะยามะ กล่าวกันว่าในตอนนั้น ซามูไรคนหนึ่งมองเห็นนกตัวใหญ่บินผ่านมา และเชื่อว่านกขนาดยักษ์ตัวนั้นนั่นเองที่เป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้ จึงได้มีการริเริ่มพิธีกรรมเพื่อปกป้องเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยจากอัคคีภัย มีการเก็บเกี่ยวที่ดี และทำธุรกิจได้เจริญรุ่งเรือง งานประเพณี Kasedori เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่...

ลุ้นรับของรางวัลจากญี่ปุ่น!

ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเพื่อร่วมทำแบบสอบถาม ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับสมุดโน๊ตลายมังกรจากนิกโก้ หรือปากกาคาแรคเตอร์คนญี่ปุ่นไปเลย โดยจะทำการคัดเลือกจากผู้ที่ตอบคำถามดีที่สุดจำนวน 5 ท่าน สามารถทำแบบสอบถามได้จากลิ้งค์ด้านล่าง http://www.tobujapantrip.com/th/ เพียงแค่แสดงความคิดเห็นของคุณ โดยทางทีมงานจะเลือกผู้โชคดีที่ตอบคำถามดีที่สุดจำนวน 5 ท่าน [googleapps domain="docs" dir="forms/d/e/1FAIpQLSc1FusTY27dlqPyQP-gONTyC9TMrr6a_3x-V6rYz0Qxs4zrag/viewform" query="embedded=true" width="100%" height="2260" /]

Fuefuki: อาณาจักรแห่งผลไม้

ที่จังหวัดยะมะนะชิส่วนใหญ่จะมีอากาศแจ่มใสเพราะได้รับลมทะเลพัดมายังภูเขา นอกจากนี้ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำจึงทำให้จังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องพืชผลที่อร่อย ในบรรดาองุ่นและพีชอันขึ้นชื่อ หากคุณกำลังตามหาองุ่นและพีชอันฉ่ำน้ำ ต้องไปที่เมือง Fuefuki เป็นเมืองที่โด่งดังทั้งองุ่นและพีชในญี่ปุ่น  เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องไวน์และออนเซน จึงทำให้กลายเป็นจุดหมายที่วิเศษลงตัวที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นที่ Miharashien คุณสามารถเลือกเก็บผลไม้แบบบุฟเฟต์ได้เป็นเวลา 40 นาที ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของฟาร์มท้องถิ่นโดยรอบและมีภูเขาเป็นฉากหลัง ในฤดูใบไม้ผลิ บริเวณนี้จะกลายเป็นดั่งทะเลสีชมพูเพราะดอกท้อและดอกซากุระบานสะพรั่ง ถ้าหากคุณไปช่วงกลางเดือนตุลาคม ก็จะพอดีกับช่วงที่เป็นหน้าองุ่น เหมาะกับการลัดเลาะตามหาองุ่นพวงงามๆในสวน ยิ่งทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับองุ่นหลากหลายพันธุ์ที่คุณอาจไม่เคยลิ้มรสมาก่อน เพราะเป็นองุ่นที่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ เวลาทำการ:8.00 น. - 17.00 น. การเดินทาง: นั่งรถ 15 นาทีจากสถานี JR Isawa-Onsen ที่อยู่:: 240 Ichinomiyacho-Tsuchizuka, Fuefuki-shi, Yamanashi [googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3242.7257566920744!2d138.6990666510696!3d35.634486740043926!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x601bfd402e8e39cf%3A0x87e030414d0a091a!2sMiharashi+Orchards!5e0!3m2!1sen!2sjp!4v1518076427356&w=400&h=150]

ปราสาทมัตสึโมโตะ: หนึ่งในปราสาทอันทรงคุณค่าแก่การรักษา

ถ้าคุณมาเยือนจังหวัดนะงะโนะแล้ว ต้องไม่พลาดที่จะมาชมปราสาทมัตสึโมโตะ ปราสาทสีดำตัดสลับสีขาวหกชั้นสุดอลังการ พร้อมด้วยวิวของเจแปนแอลป์เป็นฉากหลัง ปราสาทแห่งนี้เป็นหนึ่งในปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ปราสาทแห่งนี้ได้ยังคงตั้งตระหง่านผ่านทั้งยุคเซ็งโงะกุ (เป็นช่วงสงครามที่ปราสาทส่วนใหญ่ถูกทำลาย) สมัยเมจิ จนถึงปัจจุบัน คุณสามารถเพลิดเพลินกับการสำรวจปราสาทอันทรงคุณค่าได้ โดยมีไกด์ภาษาอังกฤษคอยช่วยดูแล คุณอาจจะคิดว่าสมัยก่อนผู้ปกครองได้อาศัยอยู่ในปราสาทแห่งนี้ แต่จริงๆแล้วเขามีปราสาทที่อาศัยอีกที่หนึ่ง ปราสาทแห่งนี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง และเมื่อถูกศัตรูบุกรุก ผู้ปกครองจะหลบเข้าไปอยู่ในปราสาทนี้เพื่อป้องกันจากไฟที่เผาศัตรูอยู่ภายนอก เวลาเข้าชม: 8.30น. – 17.00น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16.30น.) วิธีเดินทาง: นั่งรถบัสทัวร์ปราสาทมัตสึโมโตะ“Town Sneaker” 10 นาที URL: http://www.matsumoto-castle.jp/lang/ [googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3218.0344826951036!2d137.96676105108168!3d36.23865630670798!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x601d0e850a9a5999%3A0x902d0e20fabcf654!2sMatsumoto+Castle!5e0!3m2!1sen!2sjp!4v1518083776904&w=100%&h=100]

สัมผัสศิลปะมินเกมหัศจรรย์: โรงแรม

คำว่า มินเก (Mingei) หมายศิลปะแห่งผู้คน เป็นสไตล์ที่ถือกำเนิดจากวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานจากธรรมชาติและทรงเอกลักษณ์ดั้งเดิม ชิ้นงานในแบบมินเกของมัตสึโมโตะเป็นศิลปะที่ดูคุ้นตา อบอุ่น เรียบง่าย แต่งดงาม ยิ่งข้ามผ่านกาลเวลาก็ยิ่งทำให้เอกลักษณ์อันโดดเด่นของศิลปะนี้แจ่มชัดขึ้น แนวคิดปรัชญาศิลปะเช่นนี้ก็ถูกนำมาใช้ในโรงแรม Matsumoto Hotel Kagetsu โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากปราสาท เป็นโรงแรมที่แสนจะสะดวกสบายและดูอบอุ่นราวกับย้อนกลับไปในอดีต เมื่อก้าวเข้ามาในโรงแรม คุณจะได้สัมผัสถึงความโรแมนติกของมินเกศิลปะดั้งเดิมอันโดนเด่นของมัตสึโมโตะ ห้องพักแขกที่แสนสบายและตกแต่งอย่างสวยงาม ห้องอาหารของที่นี่ “I;caza” (มีความหมายว่า “ไปกัน” ในภาษาถิ่นของนะงะโนะ) ที่มีทั้งอาหารญี่ปุ่นสุดพิเศษและอาหารตะวันตกรสเลิศให้เลือก อย่าลืมแวะไปอาบน้ำแช่กายให้สบายเพื่อทำให้ทริปนี้สมบูรณ์ ติดตามบทความอื่นๆเกี่ยวกับ มัตสึโมโตะ เพื่อค้นหาสิ่งที่น่าสนใจในบริเวณนี้ได้ ข้อมูลเพิ่มเติม ที่อยู่: 4-8-9 Ote, Matsumoto, Nagano Prefecture วิธีเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานี...

ฝาท่อญี่ปุ่น: ศิลปะบนเบื้องล่างบนพื้นถนน

โดย Alicia Quintard จาก47Regions ที่ญี่ปุ่นมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้ชมกัน ถ้าคุณชมวิวมุมสูงจากตึกระฟ้า ก็จะเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิจากระยะไกล หรืออาจเดินพินิจถนนหินเก่าแก่อันงดงามที่เกียวโตก็ได้ แต่คุณเคยก้มลงมองสิ่งที่อยู่ใต้เท้าคุณหรือไม่ ฝาท่อของญี่ปุ่นนั้นต่างไปจากศิลปะญี่ปุ่นแบบที่พบกันได้ทั่วไป จึงควรค่าแก่การเดินสำรวจเป็นอย่างมาก ด้วยความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์บนฝาท่อนี้มีอยู่ถึง 809 เมืองใน 47 จังหวัดทั่วญี่ปุ่น ดีไซน์ของฝาท่อแต่ละชิ้นก็สะท้อนเรื่องราวของสถานที่นั้นๆอันเป็นที่ตั้งของฝาท่อ ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม แม้กระทั้งผู้คน ฝาท่อของบางเมืองก็มีหลากหลายดีไซน์ด้วย คุณสามารถเดินส่องงานศิลปะตามท้องถนนในทริปการเดินทางของคุณได้ ศิลปะการตกแต่งฝาท่อนี้เปี่ยมไปด้วยสีสันและรายละเอียดที่ประณีต ศิลปะบนฝาท่อเช่นนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายทศวรรษที่แล้ว ด้วยความพยายามที่จะทำให้ระบบการระบายน้ำเสียดูมีเสน่ห์ที่ดึงดูดมากขึ้น เป็นดังตัวอย่างของความงามในความสกปรกที่แท้จริง ฝาท่อของญี่ปุ่นเป็นจุดหนึ่งที่สะท้อนคุณค่าแห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งในเชิงการเคารพคนและสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆและการนำเสนอ รวมไปถึงการสร้างความกลมกลืนของสิ่งที่ดูขัดแย้งกัน เช่นเดียวกันกับศาลเจ้าที่อยู่ท่ามกลางตึกสูงซึ่งพบเจอได้ไม่ยาก หากคุณลองเดินท่องในเมืองโตเกียว ความขัดแย้งเช่นนี้ก็คล้ายกับสภาพญี่ปุ่นในปัจจุบันและสะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศนี้ด้วย เสน่ห์ในการผสมผสานอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกันเช่นนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวอย่างไม่รู้จก ฝาท่อญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในการผนวกความงามแห่งศิลปะกับการระบายน้ำเข้าด้วยกันอย่างที่ได้เกริ่นไว้ นักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นก็หลงใหลในการค้นหาฝาท่อดีไซน์อันหลากหลายในสถานที่ต่างๆ...

ศิลปะฝาท่อ: 3 ฝาท่อที่ชิบูย่า

ฝาท่อรูปดอกซากุระนี้เป็นที่นิยมและเป็นที่รู้จักในโตเกียว พนันเลยว่าคุณต้องไม่รู้แน่ๆว่ามีฝาท่อรูปสุนัข Hachiko อยู่ข้างๆรูปปั้น Hachiko ภาพสุดท้ายนี้เป็นภาพของฝาท่อที่มีอารมณ์ขันที่ Dogenzaka จากมุมนี้ลายฝาท่อครึ่งบนดูคล้ายกับคนวิ่ง ส่วนครึ่งล่างก็เป็นคนวิ่งกลับหัว หรือสามารถมองเป็นรูปสุนัขได้ด้วย หากสังเกตดีๆจะเห็นว่ามีสุนัขที่มีปลอกคอ แน่นอนว่ามันก็คือ Hachiko นั่นเอง (จึงเป็นที่มาของ"Dog・en・saka" บนฝาท่อ )

สวรรค์ของคนรักของหวานแบบสตรอว์เบอร์รี่ที่โตเกียว

เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ANA Intercontinental Hotel ก็พบกับเทศกาลแห่งสตรอว์เบอร์รี่ Strawberry Sensations Festival ที่อลังการกว่าที่คาดไว้ ล็อบบี้ของโรงแรมเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสตรอเบอร์รี่ เพราะในงานนี้ใช้สตรอว์เบอร์รีกว่า 150,000 ลูกมารังสรรค์เป็นขนมหวาน รวมไปถึงหอคอยมาการองกว่า 6,000 ชิ้นที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่สดๆซึ่งตั้งอยู่กลางล็อบบี้ ฉันเพลิดเพลินกับเหล่าของหวานที่จัดแสดงสตรอว์เบอร์รี่ในรังไม้สุดน่ารัก มีนักดนตรีหญิงเล่นฮาร์ปขณะที่ผู้คนกำลังถ่ายรูปสิ่งที่ฉันเรียกว่าสวรรค์ตรงหน้า หลังจากดื่มด่ำกับแชมเปญไปเล็กน้อย ทุกคนก็ขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อจะได้ลิ้มรสของหวานจริงๆ ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าที่นี่น่าจะมีของหวานกว่า 100 ชนิดให้เลือกสรรซึ่งทั้งหมดต่างล้วนตกแต่งอย่างสวยงามจนฉันรู้สึกผิดที่จะหยิบจับขึ้นมาสักชิ้นและกลัวที่จะทำให้ความลงตัวของการจัดวางของหวานนี้พังลง สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดก็คือมาการองสตรอว์เบอร์รี่ ฉันไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้มาการองเลย ครั้งหนึ่งที่เคยกินมาการองก็เป็นมาการองของอเมริกา ซึ่งมันแห้งมาก ส่วนรสชาติและสีสันก็เกิดจากสารปรุงแต่ง แถมยังหวานเกินไปด้วย แต่งาน Strawberry Sensations Festival ทำให้ฉันต้องตกตะลึงเพราะมาการองสุดนุ่มละมุน แถมรสชาติยังเป็นรสสตรอว์เบอร์รี่แท้ๆอีกด้วย ฉันไม่เคยรู้สึกประหลาดใจกับมาการองได้มากเท่านี้มาก่อนเลย โดยเฉพาะรสสัมผัสที่ไม่แห้งไม่ทิ้งอาการกระหายน้ำ...