เราต้นเริ่มการเดินทางตามหาแสงแรกแห่งภูเขาไฟฟูจิ โดยขึ้นรถไฟจากสถานี Shinjuku เปลี่ยนรถไฟที่สถานีOtsuki และมาลงที่จุดหมายปลายทางสถานี Mt. Fuji ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ครั้งนี้เราใช้ Mt. Fuji Pass ซึ่งสามารถใช้ขึ้นรถไฟ รถบัสต่างๆในการเที่ยวบริเวณภูเขาไฟฟูจิได้ ทำให้สะดวกสบายและคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งเพียงใช้แค่ตั๋วใบเดียวเท่านั้น (เนื่องจากไม่สามารถใช้ตั๋ว JAPAN RAILWAY PASS ได้ระหว่างช่วงสถานีOtsuki – สถานีKawaguchi-ko (รถไฟสาย Fujikyu) หากใช้Mt. Fuji Passก็จะสามารถเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น)

หลังจากนั้นเราก็ขึ้นรถบัสเพื่อไปยังศาลเจ้า Kitaguchi Hongu Fuji Sengen-jinja ว่ากันว่าในสมัยก่อน ผู้คนที่จะมาปีนภูเขาไฟฟูจินั้นจะมาเริ่มต้นการเดินทางขึ้นเขาที่ตรงนี้ ศาลเจ้าแห่งนี้มีบรรยากาศที่ร่มรื่นและมีมนต์ขลัง แถมยังมีจุดเด่นคือเสาโทริอิทำจากไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วย หลังจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสร็จ เราก็ได้ซื้อสมุดโกะชูอิน(Goshuin-cho)เพื่อขอโกะชูอิน(Goshuin)จากที่ศาลเจ้า สมุดของที่นี่มีลวดลายน่ารักแถมยังมีรูปภูเขาไฟฟูจิอีกด้วย (สามารถนำสมุดนี้ไปให้ทางศาลเจ้าอื่นๆประทับโกะชูอินได้)

หลังจากชมศาลเจ้าแล้ว เราก็เดินสำรวจเมือง และพบกับ Oshi (บ้านที่ปลูกแนวลึก) เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ ตั้งแต่สมัยอดีตผู้คนที่เดินทางมาปีนฟูจิจะมาชำระร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้า และพักที่บ้านแบบOshiนี้ ปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือให้ได้ชมสถาปัตยกรรมอันไม่ซ้ำแบบใคร ต้องแวะมาชมให้ได้

ต่อจากนั้นเรากลับมาขึ้นรถบัสที่สถานี Mt. Fuji โดยเราขึ้นรถบัสFujitozan ซึ่งมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟฟูจิชั้นที่ 5 ไปลงที่ป้ายรถบัส Okuniwa เพื่อเป็นการวอร์มอัพ เราไปเดินสำรวจธรรมชาติที่เส้นทางOkuniwa Shu-yu เป็นเส้นทางธรรมชาติสั้นๆประมาณ 1 กิโลเมตร แม้ว่าจะเป็นครอบครัวที่พาเด็กมาด้วย ก็สามารถเดินได้อย่างไม่เหนื่อย แถมยังได้ชมความงามของป่าเขาด้วย ณ จุดนี้ยังมีจุดพักรับประทานอาหารอร่อยๆ และซื้อของฝาก เราจึงสั่งอาหารชุดโฮโต (โฮโตเป็นอาหารคล้ายๆอุด้ง แต่เส้นใหญ่กว่า) และน้ำโคเคะโมะโมะ (Cowberry) รสชาติเปรี้ยวอมหวานสดชื่นเหมาะกับวันร้อนๆเป็นอย่างมาก ลิ้มรสอาหารท่ามกลางป่าเขากันจนจนอิ่มท้องเลยทีเดียว

ต่อจากนั้นเราใช้เส้นทางOchudo ระยะทางประมาณ 2.9 กิโลเมตร เพื่อมุ่งหน้าไปยังชั้นที่ 5 ของภูเขาไฟฟูจิ (5th Station) จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้ ถือเป็นจุดที่แบ่งระหว่างโลกและสวรรค์ เมื่อเข้าสู่เส้นทางนี้จึงรู้สึกเหมือนได้รับพลัง ตลอดเส้นทางจะได้สัมผัสธรรมชาติหลากรูปแบบทั้งต้นไม้แปลกๆ ดอกไม้ รวมไปถึงเห็นภูเขาไฟฟูจิสีแดงแบบใกล้ๆอีกด้วย ระหว่างทางก็ยังมีจุดให้นั่งแวะพักดื่มน้ำกันด้วย

เมื่อเดินมาถึงปลายทาง ก็จะถึงชั้นที่ 5 ของภูเขาไฟฟูจิ ใครที่รักการเขียนโปสการ์ดต้องไม่พลาด เพราะนอกจากจะมีโปสการ์ดสวยๆรูปฟูจิในฤดูต่างๆแล้ว หากส่งจากที่นี่ยังได้ตราประทับพิเศษของที่นี่อีกด้วย จะส่งในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้เช่นกัน มาถึงนี่ทั้งทีอย่าลืมส่งโปสการ์ดหาคนที่คุณรักหรือตัวคุณเองด้วยนะ บริเวณใกล้กันยังมีศาลเจ้า Fujisan Komitake-jinja เราก็เลยได้Goshuin มาอีกที่ และไปชมวิวที่จุดชมวิวของศาลเจ้าด้วย ทัศนียภาพงดงามมาก

ต่อจากนั้นเราก็เดินไปที่ FUJIKYU UNJO-KAKU ซึ่งมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของฝาก และยังมีโรงแรมแคปซูลด้วย ซึ่งเราจะพักกันที่นี่คืนนี้ (นับว่าหรูมากเมื่อเทียบกับทริปเดินเขาอื่นๆ) ในบริเวณของโรงแรมแคปซูล ห้องแคปซูลกว่ากว้างขวางเป็นพิเศษ แถมยังมีห้องอาบน้ำและห้องน้ำด้วย ในส่วนของร้านอาหารก็รองรับทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ได้ แถมอาหารยังอร่อยสุดๆ ทานไปทั้งอาหารเย็นและอาหารเช้า

มิชชั่นสุดท้ายของเราคือการไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ชั้นที่ 6 ของภูเขาไฟฟูจิ เราจึงรีบเข้านอนกัน และออกเดินทางอีกครึ่งตอนตี3 ใช้เส้นทางYoshida เพื่อขึ้นไปตามหาแสงแรกแห่งฟูจิที่ชั้นที่ 6 พระอาทิตย์ค่อยๆทอแสงผ่านทะเลแห่งเมฆ เป็นภาพที่ประทับใจจนไม่อาจลืม

แม้ว่าจะไม่ได้ขึ้นไปถึงยอดภูเขาไฟฟูจิ เราก็สามารถอิ่มเอมกับทัศนียภาพและบรรยากาศสุดวิเศษแบบนี้ได้

——————————————-
สถานที่ที่สามารถ Mt. Fuji Pass ในการเดินทางครั้งนี้ได้แก่
รถบัสประจำทาง
รถบัสFujitozan
——————————————-

DAY TWO

สิ่งที่จะช่วยให้ท่านเพลิดเพลินไปกับความสนุกรอบๆ ภูเขาไฟฟูจิ ได้ง่ายขึ้น

・Mt. Fuji Pass เป็น tourist pass สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและสะดวกสบายมากขึ้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมhttp://bus-th.fujikyu.co.jp/mtpass/

ความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here