Monday, September 16, 2019
หน้าแรก special ฤดูร้อนในญี่ปุ่นฉบับพิเศษ

ฤดูร้อนในญี่ปุ่นฉบับพิเศษ

คุณสามารถสนุกไปกับหลากหลายเทศกาลหน้าร้อนของญี่ปุ่น หรือหลบหนีผู้คนไปปีนเขาดื่มด่ำธรรมชาติ ลิ้มรสอาหารอร่อย แล้วผ่อนคลายอยู่บนเปลพร้อมชมวิวภูเขาฟูจิ หรือไม่ก็จิบเบียร์เย็นๆในบ่อน้ำร้อนส่วนตัว ไม่ว่าคุณจะชอบสไตล์ไหน หน้าร้อนในญี่ปุ่นจะเป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆของคุณแน่นนอน WAttention รวมบทความเกี่ยวกับฤดูร้อนของญี่ปุ่นที่จะจุดประกายทริปหน้าร้อน

สุดยอด 6 อันดับเทศกาลดอกไม้ไฟในญี่ปุ่น (4~6)

อาบแสงเจิดจ้างดงามในเทศกาลดอกไม้ไฟของญี่ปุ่น ระเบิดสีสันในฤดู ‘ฮานาบิ (ดอกไม้ไฟ)’ ที่กําลังจะมาถึง! ไม่ว่าจะเป็นลวดลายงดงามชวนให้ตกตะลึงบนท้องฟ้า หรือขบวนพาเหรดช่วงเทศกาลอันมีชีวิตชีวา สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยดึงความกระตือ รือร้น ของชาวญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อน มาเล็งหาสถานที่สุดยอดเพื่อรับชมและสนุกสนานกับ ‘ฮานาบิ’ (ดอกไม้ไฟ) ชั้นเลิศของญี่ปุ่นกัน! งานเทศกาลดอกไม้ ไฟโตโยตะ โอยเด็น มัตสึริ เมืองโตโยตะ จังหวัดไอจิ   งานเทศกาลนี้เริ่มมีชื่อเสียงได้ไม่นานมานี้ เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของสมาคมช่างทําดอกไม้ไฟแห่งญี่ปุ่น (Japan Fireworks Artists Association) เป็นการแสดง “ดอกไม้ไฟประสานท่วงทํานอง” โดยจุดดอกไม้ไฟทรงกระบอกต่อเนื่องเป็นชุดในแนวกว้าง อีกทั้งยังมีโปรแกรมการแสดงนํ้าตกไนแอการาสูง 30 เมตรอีกด้วย ข้อมูลเหตุการณ์ 31 กรกฎาคม ดอกไม้ ไฟ 13,000 ดอก ผู้เข้าชม 360,000 คน เวลาจัดแสดง: 19:10...

Matsuri Manual ดอกไม้ไฟ 8 ประเภทที่ควรรู้จัก

ดอกไม้ไฟของญี่ปุ่นซึ่งถูกจุดในคืนอบอุ่นแห่งฤดูร้อนท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงในวันหยุดนั้น เป็นประเพณีประจําฤดูกาลที่ห้ามพลาด วัฒนธรรมดอกไม้ไฟของประเทศนี้เป็นผลงานศิลปะรูปแบบหนึ่งอันมีเอกลักษณ์ โดยช่างทําดอกไม้ไฟล้วนมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งต่อผลงานชิ้นเอกที่พร้อมระเบิดความสวยงามบนท้องฟ้าของตน ดอกเบญจมาศ (Chrysanthemum) ระเบิดดาวสีสันสดใสเป็นรูปทรงกลม ลุกไหม้รวดเร็ว มีเสียงปะทุตามมาหลังระเบิดตัว   ต้นหลิว (Willow) คล้ายดอกเบญจมาศ แต่ประกายไฟจะ ลากเป็นทางยาวก่อนค่อยๆ เลือนหาย ไป และแตกออกเป็นสายคล้ายต้นหลิว ผึ้ง (Bee) ส่งเสียงแหลมระหว่างฉวัดเฉวียนไร้ ทิศทาง เหมาะอย่างยิ่งสําหรับใช้ดึงดูด ความสนใจ พันล้อ (Thousand Wheel) ดอกไม้ไฟชนิดนี้ระเบิดตัวเป็นลูกทรงกลมเล็กๆจํานวนมาก เกิดเป็นภาพติดตาซึ่งมีสีสันมากมายทั้งจากโทนสีสว่างและมืด จานบิน/ดาวเสาร์ (UFO/Saturn) ผสมผสานดอกไม้ฟจนเกิดเป็นรูปร่างคล้ายดาวเสาร์ก่อนจะค่อยๆจางหายไป รอยยิ้ม (Smile) ผสมผสานดอกไม้ไฟจนเกิดเป็นรูปหน่ายิ้ม เป็นที่ชื่นชอบตลอดกาลของเด็กๆ! นํ้าตกไนแอการา (Niagara) ดอกไม้ไฟเป็นสายยาว หลั่งไหล และส่องสว่างเจิดจ้า คล้ายนํ้าตกไนแอการาในอเมริกา ดอกไม้ไฟเป็นชุด (Starmine) การจุดดอกไม้ไฟต่อเนื่องจนเกิดเป็นภาพปะติดของรูปทรงและสีสันต่างๆ เพื่อสร้างลวดลาย Have you read the other articles...

เสน่ห์แห่งMatsumoto (4) – ไร่วาซาบิDaio

ถ้าคุณเคยทานซูชิแล้วหละก็ เรามั่นใจว่าคุณต้องรู้จักวาซาบิสีเขียวที่ทานคู่กันเป็นแน่ แต่คุณรู้หรือไม่เขาปลูกวาซาบิกันอย่างไร วันนี้เราจะพาคุณไปชมไร่วาซาบิที่อยู่ทางเหนือของเมืองMatsumotoห่างขึ้นไปประมาณ 32 กิโลเมตร ไร่นี้มีพื้นที่ประมาณ94ไร่ มีอายุกว่า100ปี นับตั้งแต่เริ่มทำไร่นี้ในปี ค.ศ. 1915 ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย มีแหล่งน้ำสะอาดไหลจากเทือกเขาแอล์ปญี่ปุ่นจึงทำให้กลายเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การปลูกวาซาบิเป็นอย่างมาก วาซาบิคือรากไม้รูปร่างตะปุ่มตะป่ำที่ค่อนข้างเจริญเติบโตยาก ถ้าใบของมันเสียหายก็จะทำให้กระบวนการเจริญเติบโตช้าลงไปด้วย นอกจากนี้ยังต้องคอยดูแลให้รากดูดซึมน้ำให้มากพอ กระบวนการเจริญเติบโตนี้จะกินเวลากว่า 3 ปี และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมวาซาบิถึงมีราคาแพง แต่สำหรับคนที่ตกหลุมรักวาซาบิแล้ว ไม่ว่าจะต้องรอนานขนาดไหนหรือเสียสตางค์มากเท่าไรก็คุ้มค่า ในช่วงหน้าร้อนอันมีแสงแดดแรงเช่นนี้ เกษตรกรจะนำผ้ามาคลุมวาซาบิไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดทำลายใบวาซาบิ ที่ไร่วาซาบิ Daio จะรักษาระดับอุณหภูมิคงไว้ที่ 13 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกที่คือเส้นทางธรรมชาติใกล้ๆกับไร่ที่คุณสามารถไปพักผ่อนสูดอากาศสดชื่นและผ่อนคลายไปกับแหล่งน้ำใสที่ไหลมาจากเทือกเขาแอล์ปญี่ปุ่นได้ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้า Daio ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไร่วาซาบิมากนัก ศาลเจ้าแห่งนี้มีที่สักการะวีรบุรุษในท้องที่นามว่า Hachimen Daio...

เสน่ห์แห่งMatsumoto (3) – Narai Juku –

สภาพบรรยากาศของถนนสายนี้พาให้เรารู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปสู่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) สถานที่แห่งนี้คือ Narai Juku ตั้งอยู่ในจังหวัดนะงะโนะ ที่นี่เป็นสถานีที่ 34 ในจำนวนทั้งหมด 69 สถานีของถนนNakasendo ซึ่งเป็นถนนเก่าแก่หนึ่งห้าถนนที่เชื่อมระหว่างโตเกียวและเกียวโต ในสมัยก่อนอาจใช้เวลาเดินระหว่างทั้งสองจังหวัดนี้มากกว่า2อาทิตย์เลยทีเดียว ดังนั้นจึงมีสถานีไว้เพื่อไว้ให้เป็นจุดแวะพัก ด้วยความพยายามในการอนุรักษ์ถนน Narai Juku เส้นนี้ไว้ ทำให้สภาพของสถาปัตยกรรมและรายละเอียดต่างๆยังคงสมบูรณ์ รวมไปถึงก็เดินสายไฟที่เดินก็แอบไว้อย่างมิดชิด และยังห้ามนำรถเข้ามาระหว่างวัน จึงเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปชมความงามกัน ถนนสายNakasendoจะทอดยาวผ่านเส้นทางเดินเขาต่างๆ ส่วนถนนTokaido อันเป็นเส้นทางหลักที่นิยมกันจะยาวขนานไปกับชายฝั่งทะเล จุดที่น่าสนใจคือถนนแห่งนี้จะความโค้งเล็กน้อย ซึ่งเป็นเทคนิคการตัดถนนในสมัยก่อน เพื่อให้มองเห็นทางข้างหน้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งยังให้ผล ของฝากขึ้นชื่อของ Narai Juku จะเป็นผลิตภัณฑ์จำพวกงานไม้ ซึ่งมีร้านขายมากมายตลอดทั้งถนนสายนี้ และยังมีรูปปั้นของพระแม่มารีแอบอยู่ในวัด...

ไฮเดรนเยีย ณ คามาคุระ – ทริปชมดอกไฮเดรนเยีย (1) : วัด Tokei-ji

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน WAttentionได้เดินทางไปคามาคุระเพื่อเก็บภาพสวยๆของดอกไฮเดรนเยียมาให้ชมกัน ในญี่ปุ่นช่วงหน้าฝนจะมาพร้อมกับหน้าดอกไม้บานสะพรั่ง วัดและศาลเจ้าในคามาคุระจึงกลายเป็นสถานที่ดึงดูดผู้คนนับพันให้มาประลองฝีมือการถ่ายภาพดอกไม้กัน วันนี้เราเดินทางตามนี้ Tokei-ji -> Jochi-ji -> Meigetsu-in -> Tsurugaoka Hachimangu ->ชมพระอาทิตย์ตกที่ชายหาดของคามาคุระ เริ่มต้นจากสถานีรถไฟ Kita-Kamakura เราเดินต่อไปประมาณ 4 นาทีเพื่อมุ่งหน้าสู่วัดTokei-ji (東慶寺) เมื่อเสียค่าเข้า 200 เยนแล้ว ก็ก้าวเท้าเข้าสู่ในบริเวณวัดได้เลย แหล่งสำคัญทางประวัติศาสตร์และความงามทางธรรมชาติ วัดTokei-jiแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยแม่ชีนามว่าKakusan Shido-ni (Hojo Sadatoki) ในปีค.ศ. 1285 หลังจากสามีของเธอเสียชีวิต ในสมัยนั้นมีธรรมเนียมว่าหลังจากสามีเสียชีวิตลง ภรรยาจะต้องศึกษาธรรมะและบวชเป็นแม่ชี ในสมัยนั้นผู้ชายสามารถขอหย่ากับภรรยาได้อย่างง่ายดาย ในทางกลับกันผู้หญิงไม่สามารถขอหย่ากับสามีของเธอได้ ดังนั้นวัด...

เสน่ห์แห่ง Matsumoto (2) – กำแพงหิมะNorikura –

ภูเขาหิมะNorikura ขนาดมหึมานี้ตั้งตระหง่านอยู่ทางตอนบนของจังหวัดนะงะโนะ คุณสามารถเล่นสกีได้ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม เนื่องจากสภาพอากาศบริเวณนี้ไม่แปรปรวน แต่ทางเดินกำแพงหิมะจะเปิดเฉพาะช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนเท่านั้น ขอแนะนำให้ตรวจสอบวันที่จะไปเที่ยวก่อนล่วงหน้า ในวันที่เริ่มเปิดให้เข้าชม กำแพงหิมะจะมีขนาดสูงถึง13-20เมตร ซึ่งวิธีเข้าชมกำแพงหิมะแห่งนี้ จะต้องนั่งรถบัสเพื่อเข้าชมกำแพงหิมะของ Norikura โดยเฉพาะ รถนี้จะจอดเพียงแค่ไม่กี่ป้ายเท่านั้น นอกจากนี้คุณยังสามารถเดินขึ้นไปยังจุดสูงสุดที่ความสูง3,026เมตร เพื่อชมวิวได้ด้วย โดยรถบัสจะพาคุณไปถึงจุดความสูงที่2,700เมตร แล้วค่อยเดินต่อขึ้นไป แน่นอนว่าการชมวิวบนยอดเขานั้นเป็นจุดที่พลาดไม่ได้ แต่ระหว่างทางเดินเขาเองก็มีธรรมชาติที่สวยงามทรงเสน่ห์ไม่แพ้กัน ในช่วงฤดูร้อน จะจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนบนเขา Norikura แห่งนี้ รายการนี้ชื่อ"Heavenly Marathon" ซึ่งทุกปีจะมีนักวิ่งมาร่วมรายการนี้กว่า 1,000 คน นอกจากนี้ที่นี่ยังไม่อนุญาตให้นำรถผ่านทางขึ้นเขา จึงทำเราสามารถดื่มด่ำความงามของธรรมชาติได้อย่างสงบ ระหว่างทางขึ้นเขาก็มีร้านอาหารมากมายให้หยุดแวะพักดื่มน้ำรับประทานอาหารด้วย จากป้ายปลายทางของรถบัสที่บนยอดเขา เราจะเห็นวิวของกำแพงหิมะทั้งหมด ทีมงานWAttentionมาเที่ยวกำแพงหิมะนี้ตอนต้นเดือนมิถุนายนซึ่งถือว่าเลยช่วงน่าเที่ยวที่สุดไปแล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงที่กำแพงสูงตระหง่านที่สุด แต่เราก็ประทับใจในความงามนี้มากๆ...

เสน่ห์แห่งMatsumoto (1) – ปีนเขาที่Kamikochi –

เส้นทางปีนเขาที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่นคือที่ภูเขาแอลป์ญี่ปุ่น จังหวัดนะงะโนะ ภูเขาแห่งนี้มีเส้นทางให้เลือกมากมาย ไม่ว่าคุณจะชอบแบบลุยๆผจญภัยท้าทายกับการปีนเขาสูงก็มี หรือแบบสบายๆเพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติป่าเขาก็ได้ เนื่องจากเขต Kamikochiเป็นเขตปลอดยานพาหนะส่วนบุคคล ทำให้สภาพธรรมชาติมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก คุณสามารถเดินทางเข้าไปโดยรถบัส หรือรถแท็กซี่เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรถบัสพิเศษที่จะพาคุณไปส่งที่ Kamikochi ด้วย นักปีนเข้าส่วนใหญ่จะเริ่มจากสถานีรถบัสซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานแขวนไม้ที่เรียกว่าสะพาน Kappabashi Kappa หรือ กัปปะเป็นสัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ในน้ำและเชื่อกันว่าอาศัยอยู่บริเวณสะพานแห่งนี้ ใกล้ๆกับสะพานนี้ก็มีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย นอกจากนี้ยังมีศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวด้วยซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ เส้นทางเดินที่ขนานไปกับแม่น้ำ Azusa เป็นจุดที่สวยงามที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งจะเห็นวิวขอภูเขาแอลป์ญี่ปุ่นสะท้อนบนผืนน้ำ เส้นทางเดินนี่จะมีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาเยือนในช่วงหน้าร้อน ดังนั้นช่วงที่แนะนำให้ไปมากที่สุดคือ กลางเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ตลอดเส้นทางนี้คุณจะพบลิงและนกหลายสายพันธุ์ จริงๆแล้วมีหมีก็อาศัยในแถบนี้เช่นกัน แต่มักไม่ออกมาเดินในบริเวณนี้นัก ในบริเวณKamikochi มีต้นวิลโลว์กว่า 10 สายพันธุ์ ยิ่งคุณเดินต่อสูงขึ้นไป...

เทศกาลคันโต

เทศกาลคันโต หรือ Kanto Matsuri ถือเป็น1ใน3เทศกาลใหญ่ของภูมิภาคโทโฮคุ ชื่อของเทศกาลคันโตนั้นไม่ได้หมายถึงภูมิภาคคันโต แต่คันโตหมายถึงเสาไม้ที่ประดับด้วยโคมไฟ ซึ่งทุกปีจะจัดขึ้นช่วง 3-6 สิงหาคม ที่เมืองอะคิตะ จังหวัดอะคิตะ โดยชายวัยหนุ่มแบกเสาไม้ดังกล่าวน้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัมมาร่วมขบวนแห่ เสาไม้คันโตนี้สูง8เมตรและประดับด้วยโคมกระดาษกว่า 46 อันซึ่งทำเป็นรูปทรงถังข้าวสาร ด้านบนของเสาประดับด้วยกระดาษสาซึ่งมักเห็นตามพิธีชินโตเพื่อใช้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสาไม้คันโตถูกทำขึ้นเป็นรูปทรงต้นสนซีดาร์อะคิตะ ขบวนแห่เสาคันโตกว่า200ต้นจะเคลื่อนไปรอบเมือง ทำให้บรรยากาศของเมืองคึกคักขึ้น นอกจากนี้ในขบวนแห่ยังมีโชว์กายกรรม เช่น แบกเสาด้วยมือเดียว หรือ ใช้หัวแบก เนื่องจากจริงๆแล้วการแบกเสาไม้คันโตนี้ ห้ามใช้สองมือจับ ดังนั้นเหล่าชายหนุ่มผู้แบบเสาจึงมักผลัดกันแสดงความแข็งแรงในการแบกเสาให้ดูผ่านกายกรรมดังกล่าว เทศกาลนี้เดิมทีเป็นเทศกาลที่ไม่ครึกครื้นเท่าปัจจุบัน และมีรากฐานมาจากเทศกาลทานาบาตะ บางแห่งจะเฉลิมฉลองในช่วงเดือนสิงหาคมมากกว่ากรกฎาคม เนื่องจากเดือนสิงหาคมจะตรงกับเดือนเจ็ดตามจันทรคติ ข้อมูลเพิ่มเติม การเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานีรถไฟ...

เทศกาลกระดิ่งลมแห่งรัก : Enmusubi Furin

เทศกาลกระดิ่งลมแห่งความรัก หรือ Enmusubi Furin เป็นเทศกาลที่ประดับประดาด้วยกระดิ่งลมส่งเสียงต้อนรับหน้าร้อนของญี่ปุ่น เทศกาลนี้จัดขึ้นที่ศาลเจ้า Kawagoe Hikawa Shrine  ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว ศาลเจ้านี้เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อเทพเจ้าแห่งการแต่งงาน จุดที่น่าสนใจของเทศกาลนี้อยู่ที่ซุ้มทางเดินที่เรียกว่า Enmusubi Furin Kairo ประดับด้วยกระดิ่งลมแห่งความรัก โดยซุ้มนี้จะเปรียบได้กับซุ้มทางเดินในงานแต่งงานทีจะนำพาให้สมหวังในเรื่องความรักและมีความสุขในการแต่งงาน นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่า ถ้าเขียนคำขอพรลงบนกระดาษแล้วนำมาผูกกับกระดิ่งลม เมื่อลมโชยพัดมาต้องกระดาษคำขอพร กระดิ่งก็จะส่งเสียงดังช่วยให้คำขอพรนั้นเป็นจริงได้ ช่วงเย็นจะมีการประดับตกแต่งให้เสมือนทางช้างเผือกซึ่งเป็นความเชื่อที่สืบเนื่องจากเทศกาลทานาบาตะ ทำให้สามารถชื่นชมความงามของทั้งกระดิ่งลมและทางช้างเผือก นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งไม้ไผ่ด้วย ในเทศกาลมีร้านค้าขายอาหารมากมายให้ได้เลือกซึ่งรับประทานและสนุกสนานกับการชมการแสดงดนตรีไปพร้อมๆกัน ใกล้ๆHikawa Hallก็มีร้านอาหารแบบบุฟเฟต์รสเลิศโดยเชฟมืออาชีพมาให้ลองรับประทาน นอกจากนี้ยังสามารถลิ้มรสของหวานแบบ limited edition ที่หาทานได้แค่ที่Musubi Caféเท่านั้น ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในคาวาโกเอะซึ่งถูกขนานนามให้เป็นเมืองเอโดะขนานย่อม หรือที่เรียกว่า Koedo เนื่องจากมีสถาปัตยกรรมที่เหมือนกับเมืองในยุคเอโดะ ข้อมูลเพิ่มเติม วัน: วันที่ 9...

The Matsuri Manual : เกมในงานเทศกาล

เทศกาลฤดูร้อนของญี่ปุ่นที่เรียกว่า Matsuri เปรียบเสมือนสีสันของช่วงฤดูร้อนที่จะทำให้เราได้เห็นผู้คนในชุดยูกาตะ อิ่มอร่อยไปกับอาหารต่างๆ และสนุกสนานกับการเล่นเกมในงานเทศกาล ทุกครั้งที่เทศกาลเวียนกลับมาจัดอีกครั้ง เราจะตั้งตาคอยซุ้มเกมในงาน เราขอเสนอเกมที่ได้รับความนิยมดังนี้ ลูกโป่งน้ำ (ヨーヨーつり) ลูกโป่งน้ำแบบโยโย่จะถูกรัดหนังยางไว้ที่ขั้วของลูกโป่ง เวลาจะตกลูกโป่งนี้ จะต้องใช้ขอเกี่ยวหนังยางขึ้นมา หากสามารถเกี่ยวลูกโป่งขึ้นมาได้ โดยที่หนังยางไม่ขาด ก็จะได้ลูกโป่งน้ำกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก เมื่อใช้นิ้วเกี่ยวหนังยางเล่น ลูกโป่งก็จะเด้งดึ๋งดั๋งขึ้นลงเหมือนกับโยโย่ ช้อนปลาทอง (金魚すくい) ในเกมนี้ต้องใช้กระชอนที่ทำจากกระดาษบางๆ ช้อนปลาทองขึ้นมาให้ได้มากที่สุดก่อนกระดาษจะขาด เกมนี้มีความยากตรงที่ค่อนข้างใช้ทักษะอยู่ หากคุณสามารถช้อนปลาทองได้ ก็จะได้ปลาทองนั้นกลับไปเลี้ยงที่บ้าน อาจจะตั้งชื่อปลาตามชื่อเทศกาลที่ไปช้อนมาก็ได้ ดึงเชือกสอยดาว (せんぼんびき) คุณสามารถดึงเชือกสอยดาวลุ้นรับของรางวัลต่างๆ เช่น ขนม ของเล่น ตามฉลากที่ติดอยู่ปลายเชือก เวลาเล่นจะต้องดึงปลายเชือก1เส้นจากมัดเชือกทั้งหมดที่มัดรวมอยู่ด้วยกัน หากคุณดึงเชือกเส้นใดออกมาได้ เชือกเส้นนั้นก็จะเป็นของคุณ ดอกไม้ไฟ (花火) การเล่นดอกไม้ไฟอาจฟังดูอันตราย แต่นี่เป็นดอกไม้ไฟแบบไฟเย็นที่สามารถจุดเล่นได้อย่างปลอดภัย ปกติแล้วงานเทศกาลจะจัดจนถึงช่วงกลางคืน หลายคนจึงมักนำดอกไม้ไฟมาจุดเล่นกันเพื่อเพิ่มบรรยากาศในงานก่อนที่จะมีการชมพลุ เรามั่นใจว่าตอนนี้คุณรู้ข้อมูลต่างๆของเกมในงานเทศกาลในฤดูร้อนอย่างเพียงพอแล้ว...