Tuesday, October 16, 2018

Tohoku 2018 Autumn & Winter

สำรวจแหล่งมรดกอันล้ำค่าของญี่ปุ่นใน 6 จังหวัดของโทโฮคุและนีงะตะ


หกจังหวัด คือ อะโอโมริ อิวะเตะ มิยะงิ อะคิตะ ยะมะงะตะ และฟุคุชิมะ รวมถึงนีงะตะ คือภาพอันสมบูรณ์แบบแห่งความงดงามทางธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นถิ่นกำาเนิดวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ภูมิภาคนี้จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับประเทศญี่ปุ่นของแท้ในรูปแบบที่ยังไม่ผ่านการปรุงแต่ง

ภูมิภาคโทโฮคุตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู หันหน้าเข้าหาทะเลญี่ปุ่น มหาสมุทรแปซิฟิกและช่องแคบ สึงารุ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมีความเจริญก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา ภูมิภาคโทโฮคุก็ยังคงไว้ซึ่งมนต์เสน่ห์ของโลกเก่า รวมทั้งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นทัศนียภาพอันน่าพิศวง ศาลเจ้าต่างๆ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน หรือว่าวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งอนุรักษ์ไว้โดยผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรีและสร้างสรรค์อาหารท้องถิ่นที่มีลักษณะเฉพาะตัว ทุกหนแห่งและผู้คนล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวรอให้เราไปค้นหา

ได้เวลาแล้วที่จะเปิดฉากการเดินทางอันน่าตื่นเต้นเพื่อค้นหาประเทศญี่ปุ่นในแบบที่เรายังไม่ค่อยจะเคยทำาความรู้จัก

ในประเทศญี่ปุ่นนั้น “ken” เป็นคำาที่ใช้เรียกจังหวัด ส่วน “shi” เป็นคำาใช้เรียกเมือง นิตยสารเล่มนี้ใช้คำาว่า “-ken” เวลากล่าวถึงจังหวัด และ “-shi” เวลากล่าวถึงเมือง

Winter in Tohoku

ฤดูหนาวในภูมิภาคโทโฮคุ: วันหยุดไม่รู้ลืมกับผองเพื่อนขนยาว


ภูมิภาคโทโฮคุอาจจะหนาวจัดในฤดูหนาวก็จริง แต่พอได้อยู่ท่ามกลางแวดล้อมของสัตว์พื้นเมืองผู้น่ารัก พวกมันทำให้ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปได้ง่ายๆ ขอเชิญชวนคนรักสัตมาใช้เวลาที่ Zao Fox Village ในจังหวัดมิยางิหรือมุ่งหน้าไปยังจังหวัดอะคิตะ เพื่อรับชมอะคิตะ อินุที่เป็นสัตว์พื้นเมืองของญี่ปุ่น

สารพัดวิธีเพลิดเพลินกับหิมะอย่างเต็มอิ่ม ขอต้อนรับเข้าสู่โลกหิมะแห่งโทโฮคุ


เมื่อยามที่ปกคลุมอยู่ภายใต้หิมะหนาแห่งภูมิภาคโทโฮคุ อาณาบริเวณอันไพศาลท่ามกลางสีขาวบริสุทธ์ิแผ่กว้างเบื้องหน้าสายตา เป็นภาพที่คุ้นตาสำาหรับใครก็ตามที่เคยเผชิญกับฤดูหนาวอันทารุณทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู นักเดินทางจำานวนมากต่างแสวงหาโอกาสให้ได้ชมทิวทัศน์ตระการตาที่รอพวกตนอยู่ จึงเดินทางขึ้นไปยังชิโระงะเนะกันทุกปีโดยมีจุดมุ่งหมายในการ เพลิดเพลินกับหิมะนุ่มสีขาวและกิจกรรมหน้าหนาว ขอเชิญย่างเท้าเข้าสู่อาณาจักรแห่งหิมะของโทโฮคุเพื่อค้นหามนต์เสน่ห์ของที่แห่งนั้นด้วยตัวคุณเอง

 

Matsuo Basho

ออกเดินทางกับมัตสึโอะ บะโช ปรมาจารย์ด้านการแต่งกลอนไฮกุและนักผจญภัย


Matsuo  Basho (1644-1694)

เมื่อค.ศ. 1689 มัตสึโอะ บะโช ผู้เป็นกวีกลอนไฮกุผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ได้ออกเดินทางจากเอโดะหรือก็คือโตเกียวใน ปัจจุบันเป็นเวลา 150 วัน เพื่อมุ่งสู่ภูมิภาคโทโฮคุและโฮคุริคุ ประสบการณ์ต่างๆ นานาระหว่างการเดินทางได้ก่อให้เกิดแรง บันดาลใจในการแต่งสารคดีท่องเที่ยวอันเต็มไปด้วยกลอนไฮก ในภายหลังได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือในชื่อว่า “โอคุ โนะ โฮโซมิจิ (Oku-no-hosomichi)” ซึ่งมีความหมายว่า “เส้นทาง แคบๆ สู่ดินแดนตอนเหนือ (The Narrow Road to the Deep North)

ทุกวันนี้หนังสือเล่มดังกล่าวได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดในแวดวงวรรณกรรมญี่ปุ่น
ระหว่างการผจญภัย มัตสึโอะ บะโช มีหลายช่วงเวลาให้ได้ดื่มด่า กับทิวทัศน์และลงมือเขียนกลอนไฮกุสื่อถึงสิ่งที่เขารู้สึกที่นั่น ในขณะนั้น พฤติกรรมเหล่านี้คล้ายคลึงกับสิ่งที่นักเดินทางสมัยใหม่ ทำาเวลาออกไปท่องเที่ยวนั่นคือ พวกเราแชร์ภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอพร้อมกับคำาบรรยายเพื่อบ่งบอกสิ่งที่พวกเรารู้สึกในชั่วขณะนั้น เรามาย้อนรอยเท้าของผู้แต่งกลอนไฮกุมือฉมังเพื่อตามหาต้น กำาเนิดแรงบันดาลใจของเขากันดีกว่า

Hina Dolls in Tohoku

ทะเลญี่ปุ่นเรียงรายไปด้วยตุ๊กตาฮิมะ เรื่องราวความรักข้ามเวลา


ในวันที่ 3 มีนาคมของทุกปีที่เรียกกันว่า “วันตุ๊กตา” หรือ “วัน เด็กผู้หญิง” ชาวญี่ปุ่นจะฉลองเทศกาล Hina Matsuri โดยใน ช่วงเวลานี้ของปี มีธรรมเนียมว่าพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นจะจัดแสดง ตุ๊กตาาประดับหรืตุ๊กตาาฮินะเพื่ออธิษฐานขอให้ลูกสาวของพวกตนเติบโตอย่างมีความสุขและแข็งแรง บางครัวเรือนจัดแสดงอย่างอลังการด้วยการตั้งชั้นวางตุ๊กตาอย่างหรูหราถึงห้าชั้น ซึ่ง เรียกกันโดยทั่วไปว่าฮินะดัง แต่ละครอบครัวต่างก็ประดับตุ๊กตา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางตัวสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในตระกูลเสียด้วยซำ้ ตุ๊กตาฮินะไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรักของพ่อแม่ต่อลูกสาว แต่ยังแฝงไว ้ซึ่งความรุ่มรวยทาง วัฒนธรรมและมรดกตกทอดของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

เขตชายฝั่งเลียบทะเลญี่ปุ่นในภูมิภาคโทโฮคุเคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะท่าเรือสำหรับคิตามาเอะบุเนะ (เรือที่มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ) อันเป็นเรือขนส่งสินค้าในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 เพราะอาณาบริเวณนี้เชื่อมโอซาก้าและฮอกไกโดเข้าด้วยกัน เรือเหล่านี้ไม่เพียงอำนวยความสะดวกในการขนย้ายสินค้า แต่ยังเอื้ออำนวยให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างภาคตะวันออกและภาคตะวันตกของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือทำให้วัฒนธรรมคามางาตะ ซึ่งรวมถึงองค์ประกอบของวัฒนธรรมชุมชนเมืองในยุคเอโดะ อย่างการพิมพ์แผ่นไม้และโรงละครคาบุกิ ยังคงดำรงอยู่มาจนถึงญี่ปุ่นสมัยใหม่ในปัจจุบัน และก็เช่นเดียวกัน คือ Hina Doll Streets ที่ยังคงอยู่ในมุราคามิ (จังหวัดนีงะตะ) สึรุโอกะ และซากาตะ (จังหวัดยะมะงะตะ) ก็เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมที่แสดงให้เห็นเช่นกันว่า อดีตกาลยังคงสืบต่อมาถึงในปัจจุบันอย่างไรบ้าง

คลิกปุ่มด้านล่างเพื่อเสร็จสิ้นแบบสำรวจของเรา!

          สำหรับผู้อ่านคนไทย!