Wednesday, March 20, 2019

สุดยอด 6 อันดับเทศกาลดอกไม้ไฟในญี่ปุ่น (1~3)

อาบแสงเจิดจ้างดงามในเทศกาลดอกไม้ไฟของญี่ปุ่น ระเบิดสีสันในฤดู ‘ฮานาบิ (ดอกไม้ไฟ)’ ที่กําลังจะมาถึง! ไม่ว่าจะเป็นลวดลายงดงามชวนให้ตกตะลึงบนท้องฟ้า หรือขบวนพาเหรดช่วงเทศกาลอันมีชีวิตชีวา สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยดึงความกระตือ รือร้น ของชาวญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อน มาเล็งหาสถานที่สุดยอดเพื่อรับชมและสนุกสนานกับ ‘ฮานาบิ’ (ดอกไม้ไฟ) ชั้นเลิศของญี่ปุ่นกัน! โอมางาริ โนะ ฮานาบิ งานประกวดดอกไม้ไฟจากทั่วญี่ปุ่น เมืองไดเซน จังหวัดอาคิตะ โอมางาริมีฉากหลังในอุดมคติสําหรับการจุดดอกไม้ไฟ คือภูเขาสองลูกและพื้นที่ริมแม่นํ้า ช่างฝีมือชั้นยอดทั้งหลายจะมาแข่งกันจัดแสดงดอกไม้ไฟประกอบดนตรีอย่างสุดฝีมือ เพื่อชิงรางวัลจากนายกรัฐมนตรีอันเป็นที่ปรารถนา งานประกวดนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องจน เข้าสู่ปีที่ 103 แล้ว นับเป็นงานซึ่งมีการจุดดอกไม้ไฟ เป็นชุดในแนวกว้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ข้อมูลเหตุการณ์ ดอกไม้ ไฟ 15,000-20,000 ดอก ผู้เข้าชม 80,000 คน Date: August 27, 2016 เวลาจัดงาน: Day...

สุดยอด 6 อันดับเทศกาลดอกไม้ไฟในญี่ปุ่น (4~6)

อาบแสงเจิดจ้างดงามในเทศกาลดอกไม้ไฟของญี่ปุ่น ระเบิดสีสันในฤดู ‘ฮานาบิ (ดอกไม้ไฟ)’ ที่กําลังจะมาถึง! ไม่ว่าจะเป็นลวดลายงดงามชวนให้ตกตะลึงบนท้องฟ้า หรือขบวนพาเหรดช่วงเทศกาลอันมีชีวิตชีวา สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยดึงความกระตือ รือร้น ของชาวญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อน มาเล็งหาสถานที่สุดยอดเพื่อรับชมและสนุกสนานกับ ‘ฮานาบิ’ (ดอกไม้ไฟ) ชั้นเลิศของญี่ปุ่นกัน! งานเทศกาลดอกไม้ ไฟโตโยตะ โอยเด็น มัตสึริ เมืองโตโยตะ จังหวัดไอจิ   งานเทศกาลนี้เริ่มมีชื่อเสียงได้ไม่นานมานี้ เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของสมาคมช่างทําดอกไม้ไฟแห่งญี่ปุ่น (Japan Fireworks Artists Association) เป็นการแสดง “ดอกไม้ไฟประสานท่วงทํานอง” โดยจุดดอกไม้ไฟทรงกระบอกต่อเนื่องเป็นชุดในแนวกว้าง อีกทั้งยังมีโปรแกรมการแสดงนํ้าตกไนแอการาสูง 30 เมตรอีกด้วย ข้อมูลเหตุการณ์ 31 กรกฎาคม ดอกไม้ ไฟ 13,000 ดอก ผู้เข้าชม 360,000 คน เวลาจัดแสดง: 19:10...

ความสนุกสนานรอบ ภูเขาไฟฟูจิ (1): ยวดยานพาหนะ

ความบันเทิงระดับห้าดาวบริเวณ ทะเลสาบทั้งห้ารอบภูเขาไฟฟูจิ ฤดูปีนภูเขาไฟฟูจิในจังหวัดยามานาชิ เริ่มวันที่ 1 กรกฎาคมก็จริง แต่ยังมีหนทางอื่นอีกมากมาย ให้เราเพลิดเพลินกับภูเขาแห่งนี้ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก WAttention จะพาผู้อ่านทุกท่านหลีกหนีความพลุกพล่านวุ่นวายในโตเกียวนั่งรถไฟเพียงสองชั่วโมงจากสถานีชินจุกุ ก็ได้มาสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นแถวทะเลสาบทั้งห้ารอบภูเขาไฟฟูจิ ไม่ว่าจะเป็นรถบัสสไตล์โบราณ รถไฟตัวการ์ตูน กระเช้าลอยฟ้าเปลญวน และแน่นอนว่าต้องมีพระเอกของงานอย่างออนเซ็น! ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ ล้วนสนุกขึ้นเป็นห้าเท่า เมื่อมีภูเขาไฟฟูจิเป็นทัศนียภาพอยู่เบื้องหลัง พาสปอร์ตสู่การเดินทาง แสนสนุกและอิสรเสรี! พวกเราซื้อ “พาสปอร์ตสําหรับภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบทั้งห้า ” เป็นอันดับแรกเมื่อลงรถไฟที่สถานี Otsuki ของ JR Chuo Line พาสปอร์ตนี้สามารถใช้นั่งรถบัสของ ฟูจิคิวโกะและรถไฟได้สองวันแบบไม่จํากัดเที่ยว เหมาะสําหรับการหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง ทั้งยังครอบคลุมถึง Fujisan Limited Express ซึ่งแล่นทะยานขึ้นไปยังบนภูเขาจาก...

ความสนุกสนานรอบ ภูเขาไฟฟูจิ (2): ทะเลสาบยามานาคาโกะ

ล่องทะเลสาบชมทัศนียภาพ เมื่อค.ศ. 2013 ทะเลสาบยามานาคาโกะถูกบันทึกเพิ่มเข้าไปในทะเบียนมรดกโลกในฐานะส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมภูเขาไฟฟูจิ ในบรรดาทะเลสาบทั้งห้า ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่สูงกว่าใครเพื่อนและมีพื้นที่กว้างที่สุด จึงนับเป็นสถานที่ตกปลาและเล่นกีฬาทางนํ้าในอุดมคติ หลังพักทําบาร์บีคิวทานเป็นมื้อกลางวันกันชั่วครู่ที่หมู่บ้านยามานาคาโกะ แล้วงีบกันสักนิดบนเปลญวนแสนสบาย เราจะกลับมามี พลังเต็มเปี่ยมพร้อมล่องทะเลสาบบนรถบัสสะเทิ้นนํ้าสะเทิ้นบกรูปร่างเหมือนฮิปโป ชื่อ ยามานาคาโกะ โนะ คาบะ ซึ่งวิ่งบนบกก่อนกระโจนลงนํ้า ขณะเดียวกันก็ได้เพลิดเพลินกับคําอธิบายสนุกสนานของ ไกด์บนรถพวกเราได้ลองนั่งเรือทัศนาจรชื่อสวอนเลคและทันได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินเหนือภูเขาไฟฟูจิด้วย ใช้เวลาว่างบนเปลญวน หมู่บ้านปิกะ ยามานาคาโกะ (PICA Yamanakako Village) ค้างแรมอย่างสงบเงียบ ณ หนึ่งในบ้านพักเฟอร์นิเจอร์ครบครันที่หมู่บ้านปิกะ ยามานาคาโกะ หรือพักผ่อนสบายๆ ที่Hammock Cafe หลังรับประทานบาร์บีคิวเป็นมื้อกลางวัน เว็บไซต์:http://yamanakako.pica-village.jp/en/ กระโจนลงทะเลสาบยามานาคาโกะ ยามานาคาโกะ โนะ คาบะ เพลิดเพลินกับการนั่งรถบัสสะเทิ้นนํ้าสะเทิ้นบกยามานาคาโกะ โนะ คาบะ (“ฮิปโป”) ทัวร์ริมฝั่งทะเลสาบยามานาคาโกะและทิวทัศน์กลางทะเลสาบเป็นเวลา 30...

ความสนุกสนานรอบ ภูเขาไฟฟูจิ (3): ฟูจิคิวไฮแลนด์

พบความระทึกใจที่ตีนภูเขาไฟฟูจิ ฟูจิคิวไฮแลนด์น่าจะเป็นสวนสนุกที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดสําหรับการกรีดร้องสุดเสียงขณะนั่งรถไฟเหาะที่สูง เร็วและชันที่สุดในโลก โชคไม่ดีฝนตกตอนเราไปถึง แต่ต้องขอบคุณ “โรงภาพยนตร์ยุคอนาคต” ชื่อ Fuji Airways (ฮิโคฉะ) ซึ่งทําให้เราได้นั่งสบายๆ และ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมของภูเขาไฟฟูจิจากบนฟ้า สําหรับมื้อกลางวันเราไม่อาจต้านทานกลิ่นหอมอบอวลจากขนมอบใหม่ที่โชยมา จึงนั่งพักดื่มชาและรับประทานครัวซองต์กันที่ Cafe Brioche พร้อมด้วยเจ้า Lisa & Gaspard จากฝรั่งเศส พวกเขาเป็นคู่หูตัวการ์ตูนตัวใหม่ที่เราโปรดปราน ตื่นเต้นสุดเหวี่ยงได้ที่นี่ ฟูจิคิวไฮแลนด์ ฟูจิคิวไฮแลนด์มีรถไฟเหาะที่ทําลายสถิติกินเนสส์บุ๊คนั่นก็คือฟูจิยามะซึ่งตั้งอยู่ใจกลางสวนสนุก ตอนเปิดให้บริการเมื่อค.ศ. 1996 เครื่องเล่นนี้เป็นรถไฟเหาะที่สูงและเร็วที่สุดในโลก และยังคงติดอันดับรถไฟเหาะชั้นยอดของโลกเรื่อยมา ทากาบิฉะซึ่งสร้างขึ้นในค.ศ. 2011 เป็นรถไฟเหาะสูงชันที่สุดในโลก โดยทิ้งตัวลงมาในแนวดิ่งที่ 121 องศา! Fuji Airways (ฮิโคฉะ)...

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 3

อิ่มท้องแบบนินจา TOGAKUSHISOBA YAMAGUCHIYA ระหว่างทางลงเขา เราแวะทานTogakushi Sobaซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของนะงะโนะ มาทริปนินจาทั้งที รับรองว่าไม่ใช่โซบะทั่วไปแน่นอน เพราะร้านนี้มีเมนู Ninja Soba ซึ่งได้แรงบันดาลในมาจากนินจา เป็นโซบะแบบเย็นที่โรยหน้าด้วยไชเท้าฝอยเหมือนควันที่นินจาใช้พลางกาย นอกจากนี้เทมปุระเป็นรูปดาวกระจายด้วยน่ารักสุดๆ เสิร์ฟพร้อมซอสถั่ววอลนัทเพิ่มความอร่อย นอกจากนี้ยังมีเมนูKunoichi Soba (นินจาโซบะสำหรับคุณผู้หญิง) ด้วยซึ่งคล้ายกับNinja Soba แต่เพิ่มเติมคือมีของหวานเสิร์ฟในเซตเอาใจบรรดาสาวๆแบบสุดๆ ที่เรียกเมนูนี้ว่า Ninja Soba ไม่ใช่เพียงเพราะว่าให้ความรู้สึกถึงคอนเซ็ปต์นินจาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คุณยามากุจิ (เจ้าของร้าน) ยังเป็นนินจาด้วย (จริงๆไม่ได้โกหกนะ) เรียกว่าเข้าสู่โลกอาหารของนินจาก็ว่าได้ คุณยามากุจิเล่าให้เราฟังว่าเคล็ดลับที่ทำให้โซบะอร่อยนั้นอยู่ที่วัตถุดิบชั้นดีและน้ำอันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ นอกจากนี้โซบะยังเป็นอาหารที่ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ไว จึงนำพลังงานไปใช้ได้ทันที เหมาะกับวิถีนินจาที่ต้องใช้พลังงานในการฝึกด้วย นอกจากนี้เรายังได้พูดคุยกับคุณยามากุจิถึงวิถีนินจา ซึ่งยามากุจิซังบอกกับเราว่าแก่นของวิชานินจาไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์ในการทำร้าย แต่เป็นการป้องกันตัวเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์คับขันก็ต้องใช้ไหวพริบและวิชาที่เล่าเรียนมาเพื่อการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดังกล่าวให้ได้...

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 4

หมู่บ้านนินจารุ่นจิ๋ว เนื่องจาก Togakushi เป็นเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของนินจาแห่งTogakushi เลยขอเติมฝันวัยเด็กมาท่อง Kids’ Ninja Village หรือหมู่บ้านนินจารุ่นจิ๋วกัน เริ่มจากไปแปลงร่างเป็นนินจาก่อนเลย เพราะที่นี่มีบริการเช่าชุดทั้งสำหรับเด็ก (400 เยน)และผู้ใหญ่ (800 เยน) สามารถใส่เป็นครอบครัวนินจาได้ สำหรับนินจารุ่นจิ๋วก็สามารถฝึกวิชานินจาได้ที่นี่ เช่น ปาดาวกระจาย ไต่สะพานไม้ ไต่กำแพง บ้านนินจา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโชว์เด็ดๆของนินจาด้วย จนนินจารุ่นจิ๋วอาจจะสนุกเสียใจไม่อยากถอดชุดกลับบ้านเลย นอกจากนี้ภายในบริเวณ Kids’ Ninja Village ยังมีส่วนจัดแสดงของสะสมเกี่ยวกับนินจา เรียกว่า Ninpohkan บอกเลยว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าไปต้องร้องโอ้โห! ให้กับของสะสมทุกชิ้นเป็นแน่ เพราะมีจัดแสดงทั้งตุ๊กตาตัวการ์ตูนนินจาจากเรื่องต่างๆ...

เสน่ห์แห่งMatsumoto (1) – ปีนเขาที่Kamikochi –

เส้นทางปีนเขาที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่นคือที่ภูเขาแอลป์ญี่ปุ่น จังหวัดนะงะโนะ ภูเขาแห่งนี้มีเส้นทางให้เลือกมากมาย ไม่ว่าคุณจะชอบแบบลุยๆผจญภัยท้าทายกับการปีนเขาสูงก็มี หรือแบบสบายๆเพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติป่าเขาก็ได้ เนื่องจากเขต Kamikochiเป็นเขตปลอดยานพาหนะส่วนบุคคล ทำให้สภาพธรรมชาติมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก คุณสามารถเดินทางเข้าไปโดยรถบัส หรือรถแท็กซี่เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรถบัสพิเศษที่จะพาคุณไปส่งที่ Kamikochi ด้วย นักปีนเข้าส่วนใหญ่จะเริ่มจากสถานีรถบัสซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานแขวนไม้ที่เรียกว่าสะพาน Kappabashi Kappa หรือ กัปปะเป็นสัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ในน้ำและเชื่อกันว่าอาศัยอยู่บริเวณสะพานแห่งนี้ ใกล้ๆกับสะพานนี้ก็มีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย นอกจากนี้ยังมีศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวด้วยซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ เส้นทางเดินที่ขนานไปกับแม่น้ำ Azusa เป็นจุดที่สวยงามที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งจะเห็นวิวขอภูเขาแอลป์ญี่ปุ่นสะท้อนบนผืนน้ำ เส้นทางเดินนี่จะมีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาเยือนในช่วงหน้าร้อน ดังนั้นช่วงที่แนะนำให้ไปมากที่สุดคือ กลางเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ตลอดเส้นทางนี้คุณจะพบลิงและนกหลายสายพันธุ์ จริงๆแล้วมีหมีก็อาศัยในแถบนี้เช่นกัน แต่มักไม่ออกมาเดินในบริเวณนี้นัก ในบริเวณKamikochi มีต้นวิลโลว์กว่า 10 สายพันธุ์ ยิ่งคุณเดินต่อสูงขึ้นไป...

เสน่ห์แห่งMatsumoto (3) – Narai Juku –

สภาพบรรยากาศของถนนสายนี้พาให้เรารู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปสู่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) สถานที่แห่งนี้คือ Narai Juku ตั้งอยู่ในจังหวัดนะงะโนะ ที่นี่เป็นสถานีที่ 34 ในจำนวนทั้งหมด 69 สถานีของถนนNakasendo ซึ่งเป็นถนนเก่าแก่หนึ่งห้าถนนที่เชื่อมระหว่างโตเกียวและเกียวโต ในสมัยก่อนอาจใช้เวลาเดินระหว่างทั้งสองจังหวัดนี้มากกว่า2อาทิตย์เลยทีเดียว ดังนั้นจึงมีสถานีไว้เพื่อไว้ให้เป็นจุดแวะพัก ด้วยความพยายามในการอนุรักษ์ถนน Narai Juku เส้นนี้ไว้ ทำให้สภาพของสถาปัตยกรรมและรายละเอียดต่างๆยังคงสมบูรณ์ รวมไปถึงก็เดินสายไฟที่เดินก็แอบไว้อย่างมิดชิด และยังห้ามนำรถเข้ามาระหว่างวัน จึงเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปชมความงามกัน ถนนสายNakasendoจะทอดยาวผ่านเส้นทางเดินเขาต่างๆ ส่วนถนนTokaido อันเป็นเส้นทางหลักที่นิยมกันจะยาวขนานไปกับชายฝั่งทะเล จุดที่น่าสนใจคือถนนแห่งนี้จะความโค้งเล็กน้อย ซึ่งเป็นเทคนิคการตัดถนนในสมัยก่อน เพื่อให้มองเห็นทางข้างหน้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งยังให้ผล ของฝากขึ้นชื่อของ Narai Juku จะเป็นผลิตภัณฑ์จำพวกงานไม้ ซึ่งมีร้านขายมากมายตลอดทั้งถนนสายนี้ และยังมีรูปปั้นของพระแม่มารีแอบอยู่ในวัด...

เสน่ห์แห่ง Matsumoto (2) – กำแพงหิมะNorikura –

ภูเขาหิมะNorikura ขนาดมหึมานี้ตั้งตระหง่านอยู่ทางตอนบนของจังหวัดนะงะโนะ คุณสามารถเล่นสกีได้ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม เนื่องจากสภาพอากาศบริเวณนี้ไม่แปรปรวน แต่ทางเดินกำแพงหิมะจะเปิดเฉพาะช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนเท่านั้น ขอแนะนำให้ตรวจสอบวันที่จะไปเที่ยวก่อนล่วงหน้า ในวันที่เริ่มเปิดให้เข้าชม กำแพงหิมะจะมีขนาดสูงถึง13-20เมตร ซึ่งวิธีเข้าชมกำแพงหิมะแห่งนี้ จะต้องนั่งรถบัสเพื่อเข้าชมกำแพงหิมะของ Norikura โดยเฉพาะ รถนี้จะจอดเพียงแค่ไม่กี่ป้ายเท่านั้น นอกจากนี้คุณยังสามารถเดินขึ้นไปยังจุดสูงสุดที่ความสูง3,026เมตร เพื่อชมวิวได้ด้วย โดยรถบัสจะพาคุณไปถึงจุดความสูงที่2,700เมตร แล้วค่อยเดินต่อขึ้นไป แน่นอนว่าการชมวิวบนยอดเขานั้นเป็นจุดที่พลาดไม่ได้ แต่ระหว่างทางเดินเขาเองก็มีธรรมชาติที่สวยงามทรงเสน่ห์ไม่แพ้กัน ในช่วงฤดูร้อน จะจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนบนเขา Norikura แห่งนี้ รายการนี้ชื่อ"Heavenly Marathon" ซึ่งทุกปีจะมีนักวิ่งมาร่วมรายการนี้กว่า 1,000 คน นอกจากนี้ที่นี่ยังไม่อนุญาตให้นำรถผ่านทางขึ้นเขา จึงทำเราสามารถดื่มด่ำความงามของธรรมชาติได้อย่างสงบ ระหว่างทางขึ้นเขาก็มีร้านอาหารมากมายให้หยุดแวะพักดื่มน้ำรับประทานอาหารด้วย จากป้ายปลายทางของรถบัสที่บนยอดเขา เราจะเห็นวิวของกำแพงหิมะทั้งหมด ทีมงานWAttentionมาเที่ยวกำแพงหิมะนี้ตอนต้นเดือนมิถุนายนซึ่งถือว่าเลยช่วงน่าเที่ยวที่สุดไปแล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงที่กำแพงสูงตระหง่านที่สุด แต่เราก็ประทับใจในความงามนี้มากๆ...