Thursday, September 19, 2019

2-สถานที่

ตื่นตาไปกับสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคุณตลอดไป

Saitama Triennale 2016

เมืองไซตามะ (ในจังหวัดไซตามะ) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือติดกับโตเกียว แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก ที่นี่อุดมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์และแหล่งท่องเที่ยวอันมีเสน่ห์ชวนให้มาเยือน ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ยังมีการจัดงานนิทรรศการศิลปะนานาชาติสุดพิเศษอย่างงาน Saitama Triennale 2016 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองไซตามะ ในงานนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้ติดตามกัน งาน Saitama Triennale 2016 ภายใต้ธีม “Envisioning the Future!” ในงานนี้จะได้เพลิดเพลินไปกับผลงานของศิลปินทั่วโลกโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า นอกจากนี้ยังจัดแสดงผลงานทั้งในสถานจัดแสดงและนอกสถานที่ด้วย โดยจุดเด่นของงานนี้คือการนำเสนอเอกลักษณ์ของเมืองไซตามะผ่านทางผลงานศิลปะ ทั้งความสำคัญของสายน้ำที่เป็นประหนึ่งหัวใจของทุกชีวิต รวมไปถึงวัฒนธรรมและแง่มุมในวิถีชีวิตประจำวันของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองไซตามะ งานนี้จัดแสดงทั้งส่วนในสถานที่และนอกสถานที่ทำให้เพลินเพลินได้หลายรูปแบบ ในงานนี้เองศิลปินชื่อดังของเมืองไทยอย่างคุณตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิต ก็พาตัวการ์ตูนยอดฮิตอย่างน้องมะม่วงมาร่วมงานด้วย น้องมะม่วงก็ได้รับเกียรติให้เป็นตัวการ์ตูนของงานอีกด้วย เราจึงมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณตั้มในงานนี้กัน จึงนำบทสัมภาษณ์ทั้งเกี่ยวกับงาน Saitama Triennale 2016...

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 4

หมู่บ้านนินจารุ่นจิ๋ว เนื่องจาก Togakushi เป็นเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของนินจาแห่งTogakushi เลยขอเติมฝันวัยเด็กมาท่อง Kids’ Ninja Village หรือหมู่บ้านนินจารุ่นจิ๋วกัน เริ่มจากไปแปลงร่างเป็นนินจาก่อนเลย เพราะที่นี่มีบริการเช่าชุดทั้งสำหรับเด็ก (400 เยน)และผู้ใหญ่ (800 เยน) สามารถใส่เป็นครอบครัวนินจาได้ สำหรับนินจารุ่นจิ๋วก็สามารถฝึกวิชานินจาได้ที่นี่ เช่น ปาดาวกระจาย ไต่สะพานไม้ ไต่กำแพง บ้านนินจา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโชว์เด็ดๆของนินจาด้วย จนนินจารุ่นจิ๋วอาจจะสนุกเสียใจไม่อยากถอดชุดกลับบ้านเลย นอกจากนี้ภายในบริเวณ Kids’ Ninja Village ยังมีส่วนจัดแสดงของสะสมเกี่ยวกับนินจา เรียกว่า Ninpohkan บอกเลยว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าไปต้องร้องโอ้โห! ให้กับของสะสมทุกชิ้นเป็นแน่ เพราะมีจัดแสดงทั้งตุ๊กตาตัวการ์ตูนนินจาจากเรื่องต่างๆ...

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 3

อิ่มท้องแบบนินจา TOGAKUSHISOBA YAMAGUCHIYA ระหว่างทางลงเขา เราแวะทานTogakushi Sobaซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของนะงะโนะ มาทริปนินจาทั้งที รับรองว่าไม่ใช่โซบะทั่วไปแน่นอน เพราะร้านนี้มีเมนู Ninja Soba ซึ่งได้แรงบันดาลในมาจากนินจา เป็นโซบะแบบเย็นที่โรยหน้าด้วยไชเท้าฝอยเหมือนควันที่นินจาใช้พลางกาย นอกจากนี้เทมปุระเป็นรูปดาวกระจายด้วยน่ารักสุดๆ เสิร์ฟพร้อมซอสถั่ววอลนัทเพิ่มความอร่อย นอกจากนี้ยังมีเมนูKunoichi Soba (นินจาโซบะสำหรับคุณผู้หญิง) ด้วยซึ่งคล้ายกับNinja Soba แต่เพิ่มเติมคือมีของหวานเสิร์ฟในเซตเอาใจบรรดาสาวๆแบบสุดๆ ที่เรียกเมนูนี้ว่า Ninja Soba ไม่ใช่เพียงเพราะว่าให้ความรู้สึกถึงคอนเซ็ปต์นินจาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คุณยามากุจิ (เจ้าของร้าน) ยังเป็นนินจาด้วย (จริงๆไม่ได้โกหกนะ) เรียกว่าเข้าสู่โลกอาหารของนินจาก็ว่าได้ คุณยามากุจิเล่าให้เราฟังว่าเคล็ดลับที่ทำให้โซบะอร่อยนั้นอยู่ที่วัตถุดิบชั้นดีและน้ำอันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ นอกจากนี้โซบะยังเป็นอาหารที่ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ไว จึงนำพลังงานไปใช้ได้ทันที เหมาะกับวิถีนินจาที่ต้องใช้พลังงานในการฝึกด้วย นอกจากนี้เรายังได้พูดคุยกับคุณยามากุจิถึงวิถีนินจา ซึ่งยามากุจิซังบอกกับเราว่าแก่นของวิชานินจาไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์ในการทำร้าย แต่เป็นการป้องกันตัวเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์คับขันก็ต้องใช้ไหวพริบและวิชาที่เล่าเรียนมาเพื่อการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดังกล่าวให้ได้...

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 2

ตามติดชีวิตนินจา รอบที่แล้วฝึกจิตฝึกใจกันเสร็จ ก็ได้เวลามาเรียนรู้วิธีนินจากันเลย!! เมื่อเดินออกจากOkushaกลับมายังถนนก็สามารถข้ามมาที่ Togakushi Folk Museum, Togakushi Ninja Museum, Ninja Karakuri Yashiki (บ้านนินจา)ได้เลย ทั้ง3ที่นี้ตั้งอยู่ในส่วนเดียวกัน ขึ้นชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์นินจารับรองได้เลยว่าไม่ธรรมดาแน่ๆ   เริ่มจากมาเก็บเกี่ยวเกร็ดความรู้ประดับสมองกันก่อน ด้วยการชมพิพิธภัณฑ์กันที่ Togakushi Folk Museum ที่จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้แบบวิถีชาวบ้านของTogakushi ส่วนมากจะเป็นเครื่องมีทางเกษตรกรรมและของใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อมาก็เดินไปชม Togakushi Ninja Museumกันต่อ พิพิธภัณฑ์ในส่วนนี้จัดแสดงอยู่ในบ้าน2ชั้น ด้านล่างเป็นเหมือนบ้านทั่วไปแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ส่วนชั้นบนจะจัดแสดงเกี่ยวกับนินจา ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของนินจาแบบ Togakushi ข้าวของเครื่องใช้ของนินจา เช่น ดาวกระจาย ระเบิดควัน(พึ่งรู้เหมือนกันว่าอยู่ในเปลืองไข่หรือเปลือกถั่ววอลนัท) ชุดอาวุธ เครื่องแต่งกาย...

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 1

เที่ยววัดให้จิตสงบ เราเดินทางจากสถานีโตเกียวโดยรถไฟชินคันเซนมุ่งหน้าสู่นะงะโนะกัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชม.ครึ่ง ก็หลับบ้างตื่นบ้างดูวิวข้างทางกันไปบ้างจนถึงนะงะโนะ รอบนี้เราไปเยือนเมืองแห่งนินจาTogakushiกัน (แค่ฟังคอนเซ็ปต์ก็ลึกลับแล้วใช่ไหม) เมื่อถึงนะงะโนะเราก็เดินทางต่อไปยังTogukashi อันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าTogakushi มีประวัติยาวนานกว่า ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อการสักการะเทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์ที่เรียกว่าAmaterasu ศาลเจ้านี้แบ่งได้เป็น 5 ส่วนด้วยกัน อันได้แก่ Okusha, Chusha, Houkousha, Kuzuryusha, Hinomikosha แต่รอบนี้เราไปเยือนแค่ ศาลเจ้าChusha ศาลเจ้าOkusha และศาลเจ้าKuzuryusha กัน ศาลเจ้าChusha ไฮไลท์ของศาลเจ้านี้คือการเสี่ยงเซียมซี ที่นี่เราจะต้องแจ้งอายุแก่พระแล้วจึงจะได้รับใบเซียมซีมา ไม่ต้องลุ้นเลยว่าจะได้เลขอะไร ดีหรือไม่ เพราะในใบเซียมซีของศาลเจ้านี้ไม่มีตัวเลขและดีหรือไม่ดีระบุไว้นะจ้ะ เอาไปลุ้นเลขต่อไม่ได้นะ เซียมซีนี้เป็นเสมือนสารที่เทพเจ้าได้ประทานให้ผู้ที่มาสักการะแต่ละคน รับรองเลยว่าต้องดีแน่นอน พระที่ศาลเจ้าบอกกับเราว่า จริงๆแล้วควรจะเสี่ยงเซียมซีแค่ปีละครั้งเท่านั้น เมื่อได้รับเซียมซีนี้ไปแล้วก็ให้รักษาเป็นอย่างดีเพราะเป็นสารที่เทพเจ้าประทานมาให้นั่นเอง ภายในส่วนของศาลเจ้าChusha...

ไฮเดรนเยีย ณ คามาคุระ – ทริปชมดอกไฮเดรนเยีย (3) : วัด Meigetsu-in

ถัดจากวัด Tokei-ji และวัดJochi-ji เราก็เดินทางต่อไปที่วัดMeigetsu-in (明月院) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับการมาชมดอกไฮเดรนเยียและสวนดอกไม้ จากวัด Jochi-ji เดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงวัด Meigetsu-in ทางลาดซึ่งปกคลุมไปด้วยดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งและเหล่าต้นไม้นานาพรรณจะพาเราไปสู่ทางเข้าวัด วัดแห่งดอกไม้ กระต่าย และดวงจันทร์แสนโรแมนติก เราก็มาถึงวัด Meigetsu-in แล้วก็จ่ายค่าเข้า 500 เยน หลังจากนั้นก็ต่อแถวเพื่อเข้าชมสวนดอกไฮเดรนเยีย หากคุณได้ก้าวเท้าเข้ามา คุณจะรู้เลยว่าทำไมวัดนี้ถึงถูกขนานนามให้เป็น Ajisai-dera หรือวัดแห่งดอกไฮเดรนเยีย ที่นี่มีพุ่มต้น ไฮเดรนเยียกว่า 2500 พุ่ม ส่งสีฟ้างดงามอันเป็นที่รู้จักในชื่อ สีฟ้าแห่ง Meigetsu-in ดอกไฮเดรนเยียเหล่านี้จะบานเต็มที่ในเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นช่วงหน้าฝน วัด Meigetsu-in ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1383 โดย Uesugi...

เสน่ห์แห่งMatsumoto (3) – Narai Juku –

สภาพบรรยากาศของถนนสายนี้พาให้เรารู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปสู่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) สถานที่แห่งนี้คือ Narai Juku ตั้งอยู่ในจังหวัดนะงะโนะ ที่นี่เป็นสถานีที่ 34 ในจำนวนทั้งหมด 69 สถานีของถนนNakasendo ซึ่งเป็นถนนเก่าแก่หนึ่งห้าถนนที่เชื่อมระหว่างโตเกียวและเกียวโต ในสมัยก่อนอาจใช้เวลาเดินระหว่างทั้งสองจังหวัดนี้มากกว่า2อาทิตย์เลยทีเดียว ดังนั้นจึงมีสถานีไว้เพื่อไว้ให้เป็นจุดแวะพัก ด้วยความพยายามในการอนุรักษ์ถนน Narai Juku เส้นนี้ไว้ ทำให้สภาพของสถาปัตยกรรมและรายละเอียดต่างๆยังคงสมบูรณ์ รวมไปถึงก็เดินสายไฟที่เดินก็แอบไว้อย่างมิดชิด และยังห้ามนำรถเข้ามาระหว่างวัน จึงเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปชมความงามกัน ถนนสายNakasendoจะทอดยาวผ่านเส้นทางเดินเขาต่างๆ ส่วนถนนTokaido อันเป็นเส้นทางหลักที่นิยมกันจะยาวขนานไปกับชายฝั่งทะเล จุดที่น่าสนใจคือถนนแห่งนี้จะความโค้งเล็กน้อย ซึ่งเป็นเทคนิคการตัดถนนในสมัยก่อน เพื่อให้มองเห็นทางข้างหน้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งยังให้ผล ของฝากขึ้นชื่อของ Narai Juku จะเป็นผลิตภัณฑ์จำพวกงานไม้ ซึ่งมีร้านขายมากมายตลอดทั้งถนนสายนี้ และยังมีรูปปั้นของพระแม่มารีแอบอยู่ในวัด...

ไฮเดรนเยีย ณ คามาคุระ – ทริปชมดอกไฮเดรนเยีย (2) : วัด Jochi-ji

ในบทความที่แล้วเราพาไปชมวัดToeki-ji ซึ่งเป็นวัดที่สวยงามและเคยให้เป็นสถานหลบภัยสำหรับผู้หญิง ในครั้งนี้เราจะพาไปชมวัด วัดแห่งนี้อยู่ใกล้กับวัดTokei-ji เพียงแค่เดินประมาณ 4 นาทีเท่านั้น ทัศนียภาพโดยรอบของวัดก็สวยงามร่มรื่น แถมยังปกคลุมไปด้วยดอกไฮเดรนเยีย เราจึงตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปในตัววัด แต่จะเดินชมบรรยากาศภายนอกแทน   นี่คือทางเข้าที่ปกคลุมไปด้วยความเขียวขจีทำให้รู้สึกเหมือนเป็นประตูนำพาย้อนกลับไปสู่อดีต วัด Jochi-jiเป็นวัดในศาสนาพุทธนิกายเซน ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1283 โดย Hojo Munemasa (ค.ศ.1253-1281) และบุตรชาย Hojo Morotoki (ค.ศ.1275 – 1311) เดิมทีบริเวณรอบวัดมีบริเวณกว้างขวาง มีตึกทั้งหมด11ตึก และใช้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนกว่า 500 คน ต่อมาหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต วันที่1 กันยายน ค.ศ.1923 ตึกเกือบทั้งหมดได้รับความเสียหาย...

หยุดเวลาไว้ที่เมืองSawara

มีหลายครั้งที่นักท่องเที่ยวจะต้องติดอยู่ที่สนามบินเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่รอต่อเครื่องหรือโดนยกเลิกเที่ยวบินเป็นต้น ซึ่งทำให้พวกเขาจะมีเวลามากมาย แต่กลับไม่มีกิจกรรมให้ทำ สำหรับคนที่อาจเจอสถานการณ์ดังกล่าวที่สนามบินนาริตะ เราขอนำเสนอแผนการเที่ยวตามนี้ที่รับรองว่าคุณจะสนุกแน่ๆ! ย้อนเวลากลับไปในอดีต เดินทางโดยรถไฟจากสนามบินเพียงแค่ 45 นาทีก็จะมาถึงเมือง Sawara ความรู้สึกแรกเมื่อเห็นเมืองนี้อาจดูธรรมดาไม่มีเอกลักษณ์อะไรนัก แต่เมื่อคุณได้ก้าวเข้าไปในตัวเมือง จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ทั้งโรงบ่มเหล้ากว่าศตวรรษ จนไปถึงล่องเรือโบราณ นี่คือเมืองที่ยังเก็บรักษาความงามในอดีตอย่างแท้จริงจึงไม่น่าประหลาดใจที่ถูกขนานนามให้เป็น”พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง” สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ในเมืองSawaraเต็มไปด้วยบ้านไม้เรียงรายทำให้บรรยากาศของเมืองดูกลมกลืนกัน บ้านไม้เหล่านี้มีอายุร่วมร้อยปี นอกจากนี้ยังมีบ้านที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ Tadataka Ino ผู้วาดแผนที่ญี่ปุ่นคนแรกโดยการสำรวจ เขาเดินทางไปทั่วเพื่อสำรวจพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นอย่างละเอียด อาจมีโอกาสไม่มากนักที่จะเข้าไปเยี่ยมชมบ้านแบบโบราณแบบนี้ นอกจากนี้บางร้านค้ายังคงดำเนินธุรกิจอยู่ รวมถึง ร้านลูกกวาด Toraya และร้านขายกิโมโนอย่างFukushin Kimono ในปีค.ศ. 1996 เมืองนี้ได้รับการอนุมัติให้เป็นเขตอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ซึ่งนับเป็นสถานที่แรกในภูมิภาคคันโต ผลิตเหล้าสาเกคุณภาพเยี่ยม เมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ Tone ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ2ของญี่ปุ่นจึงทำให้ผู้คนในเมืองนี้ทีน้ำใช้อย่างเพียงพอ รวมถึงใช้ในการทำเหล้าสาเกอีกหลายประเภทด้วย โรงเหล้า Tokun...

ไฮเดรนเยีย ณ คามาคุระ – ทริปชมดอกไฮเดรนเยีย (1) : วัด Tokei-ji

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน WAttentionได้เดินทางไปคามาคุระเพื่อเก็บภาพสวยๆของดอกไฮเดรนเยียมาให้ชมกัน ในญี่ปุ่นช่วงหน้าฝนจะมาพร้อมกับหน้าดอกไม้บานสะพรั่ง วัดและศาลเจ้าในคามาคุระจึงกลายเป็นสถานที่ดึงดูดผู้คนนับพันให้มาประลองฝีมือการถ่ายภาพดอกไม้กัน วันนี้เราเดินทางตามนี้ Tokei-ji -> Jochi-ji -> Meigetsu-in -> Tsurugaoka Hachimangu ->ชมพระอาทิตย์ตกที่ชายหาดของคามาคุระ เริ่มต้นจากสถานีรถไฟ Kita-Kamakura เราเดินต่อไปประมาณ 4 นาทีเพื่อมุ่งหน้าสู่วัดTokei-ji (東慶寺) เมื่อเสียค่าเข้า 200 เยนแล้ว ก็ก้าวเท้าเข้าสู่ในบริเวณวัดได้เลย แหล่งสำคัญทางประวัติศาสตร์และความงามทางธรรมชาติ วัดTokei-jiแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยแม่ชีนามว่าKakusan Shido-ni (Hojo Sadatoki) ในปีค.ศ. 1285 หลังจากสามีของเธอเสียชีวิต ในสมัยนั้นมีธรรมเนียมว่าหลังจากสามีเสียชีวิตลง ภรรยาจะต้องศึกษาธรรมะและบวชเป็นแม่ชี ในสมัยนั้นผู้ชายสามารถขอหย่ากับภรรยาได้อย่างง่ายดาย ในทางกลับกันผู้หญิงไม่สามารถขอหย่ากับสามีของเธอได้ ดังนั้นวัด...