Tuesday, May 21, 2019

9-Ninja Blog

BlogของWAttention Ninja จะพาคุณเปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับญี่ปุ่นในอีกมุม เล่าเรื่องราวโดยนักเรียนต่างชาติและชาวต่างชาติทีอาศัยในญี่ปุ่น

เรื่องเบื้องหลัง “ฝาท่อ” ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีของหน้าตาสวยน่ารักมาให้เราได้ชมอยู่ไม่ขาด ตั้งแต่แผ่นมาส์ก ไปจนถึงขนมหวาน และเครื่องเขียนเก๋ๆ เรียกได้ว่าคนญี่ปุ่นใส่ใจในการออกแบบทุกสิ่งให้มีภาพลักษณ์ที่น่าดึงดูดอยู่เสมอ สิ่งหนึ่งที่ชาวญี่ปุ่นออกแบบจนมีชื่อเสียงโด่งดังในแง่ความเป็นศิลปะก็คือฝาท่อ (manhole cover) นั่นเอง เทศบาลของแต่ละเมืองต่างมุ่งมั่นที่จะเอาชนะเมืองอื่นๆ ในการออกแบบฝาท่อที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยที่ยังคงแสดงออกถึงลักษณะเด่นของเมืองได้ด้วย ลวดลายที่สวยงามเหล่านี้ดึงดูดสายตาของผู้ที่ได้พบเห็น ทั้งในญี่ปุ่นและในต่างประเทศ จนมีกลุ่มผู้นิยมฝาท่อญี่ปุ่นกระจายตัวอยู่ทั่วโลก บนโลกออนไลน์ก็มีทั้งหนังสือรวมภาพและเว็บไซต์ที่อุทิศให้กับการเดินทางตามรอยฝาท่อ งานออกแบบฝาท่อ และสถานที่ที่ตามไปชมฝาท่อได้ให้ค้นหาอยู่มากมาย ทำไมชาวญี่ปุ่นถึงใช้ความพยายามอย่างมากในการออกแบบฝาท่อ? จากแหล่งข้อมูลอ้างอิงพบว่า ในตอนปลายของยุค 80’s ได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้าง จากแผนกบำบัดน้ำเสียสาธารณะ กระทรวงการก่อสร้างท่านหนึ่ง สนับสนุนให้เทศบาลแต่ละแห่งออกแบบฝาท่อเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ของงานบำบัดน้ำเสียให้น่าสนใจสำหรับผู้คนทั่วไปในชุมชนมากขึ้น ทุกคนต่างเห็นด้วยว่านี่เป็นความคิดที่ดี จึงมีการจัดประกวดงานออกแบบฝาท่อยอดเยี่ยมขึ้นแทบทุกปี เทศบาลเมืองและองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างก็แข่งขันกันออกแบบฝาท่อที่ดีที่สุดมาตั้งแต่นั้น เอาละ ตอนนี้ เมื่อคุณรู้อย่างนี้แล้ว เวลามาเที่ยวญี่ปุ่น ก็มีสิ่งที่น่าสนใจให้มองหาเพิ่มขึ้นอีกสิ่งหนึ่งแล้ว   ปอกเปลือกประวัติศาสตร์ฝาท่อ นี่ก็คือ 3 อันดับของฝาท่อที่มีความเป็นมาน่าสนใจที่สุด: เมืองโอคายามะ ฝาท่อลายโมโมทาโร่...

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 3

อิ่มท้องแบบนินจา TOGAKUSHISOBA YAMAGUCHIYA ระหว่างทางลงเขา เราแวะทานTogakushi Sobaซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของนะงะโนะ มาทริปนินจาทั้งที รับรองว่าไม่ใช่โซบะทั่วไปแน่นอน เพราะร้านนี้มีเมนู Ninja Soba ซึ่งได้แรงบันดาลในมาจากนินจา เป็นโซบะแบบเย็นที่โรยหน้าด้วยไชเท้าฝอยเหมือนควันที่นินจาใช้พลางกาย นอกจากนี้เทมปุระเป็นรูปดาวกระจายด้วยน่ารักสุดๆ เสิร์ฟพร้อมซอสถั่ววอลนัทเพิ่มความอร่อย นอกจากนี้ยังมีเมนูKunoichi Soba (นินจาโซบะสำหรับคุณผู้หญิง) ด้วยซึ่งคล้ายกับNinja Soba แต่เพิ่มเติมคือมีของหวานเสิร์ฟในเซตเอาใจบรรดาสาวๆแบบสุดๆ ที่เรียกเมนูนี้ว่า Ninja Soba ไม่ใช่เพียงเพราะว่าให้ความรู้สึกถึงคอนเซ็ปต์นินจาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คุณยามากุจิ (เจ้าของร้าน) ยังเป็นนินจาด้วย (จริงๆไม่ได้โกหกนะ) เรียกว่าเข้าสู่โลกอาหารของนินจาก็ว่าได้ คุณยามากุจิเล่าให้เราฟังว่าเคล็ดลับที่ทำให้โซบะอร่อยนั้นอยู่ที่วัตถุดิบชั้นดีและน้ำอันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ นอกจากนี้โซบะยังเป็นอาหารที่ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ไว จึงนำพลังงานไปใช้ได้ทันที เหมาะกับวิถีนินจาที่ต้องใช้พลังงานในการฝึกด้วย นอกจากนี้เรายังได้พูดคุยกับคุณยามากุจิถึงวิถีนินจา ซึ่งยามากุจิซังบอกกับเราว่าแก่นของวิชานินจาไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์ในการทำร้าย แต่เป็นการป้องกันตัวเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์คับขันก็ต้องใช้ไหวพริบและวิชาที่เล่าเรียนมาเพื่อการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดังกล่าวให้ได้...

แข่งรถมาริโอ้บนกลางโตเกียว

ระหว่างที่เดินอยู่กลางชิบูย่า คุณอาจจะพบกับขบวนแข่งรถของตัวการ์ตูนยอดฮิตและเป็นขวัญใจอย่างมาริโอ้มาพร้อมเพื่อนๆ กำลังซิ่งรถแข่งอยู่ในโตเกียวโดยเฉพาะที่ชิบูย่า หากสนใจลองเข้าร่วมซิ่งแบบนี้ สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บ maricar.com

เครื่องจำหน่ายของฝากอัตโนมัติ

หากคุณอยากซื้อของฝากสไตล์ญี่ปุ่นแม้ในนาทีสุดท้าย แต่ร้านค้าต่างๆนั้นปิดแล้ว ที่ญี่ปุ่นเรามีทางออกให้คุณเสมอ! ปกติอาจจะพบตู้จำหน่ายอัตโนมัติที่จำหน่ายสินค้าจำพวก เครื่องดื่ม ขนมทานเล่น หรือแม้กระทั่งผัก แต่ในปัจจุบันได้พัฒนาไปถึงจำหน่ายของฝากสไตล์ญี่ปุ่นแล้ว ตู้จำหน่ายอัตโนมัตินี้ตั้งอยู่ที่ถนนย่านชิบูย่า พร้อมจำหน่ายสินค้าทั้ง ต่างหูโอริกามิ(พับกระดาษแบบญี่ปุ่น) สินค้าจากผ้ากิโมโนที่ออกแบบอย่างสวยงาม ไม่ว่าคุณจะเป็นนักช็อปปิ้งยามดึกในย่านชิบูย่า หรือ หาซื้อของขวัญวันเกิดให้คนสำคัญ รับรองเลยว่าตู้จำหน่ายตู้นี้ตอบโจทย์แน่ๆ

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 1

เที่ยววัดให้จิตสงบ เราเดินทางจากสถานีโตเกียวโดยรถไฟชินคันเซนมุ่งหน้าสู่นะงะโนะกัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชม.ครึ่ง ก็หลับบ้างตื่นบ้างดูวิวข้างทางกันไปบ้างจนถึงนะงะโนะ รอบนี้เราไปเยือนเมืองแห่งนินจาTogakushiกัน (แค่ฟังคอนเซ็ปต์ก็ลึกลับแล้วใช่ไหม) เมื่อถึงนะงะโนะเราก็เดินทางต่อไปยังTogukashi อันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าTogakushi มีประวัติยาวนานกว่า ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อการสักการะเทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์ที่เรียกว่าAmaterasu ศาลเจ้านี้แบ่งได้เป็น 5 ส่วนด้วยกัน อันได้แก่ Okusha, Chusha, Houkousha, Kuzuryusha, Hinomikosha แต่รอบนี้เราไปเยือนแค่ ศาลเจ้าChusha ศาลเจ้าOkusha และศาลเจ้าKuzuryusha กัน ศาลเจ้าChusha ไฮไลท์ของศาลเจ้านี้คือการเสี่ยงเซียมซี ที่นี่เราจะต้องแจ้งอายุแก่พระแล้วจึงจะได้รับใบเซียมซีมา ไม่ต้องลุ้นเลยว่าจะได้เลขอะไร ดีหรือไม่ เพราะในใบเซียมซีของศาลเจ้านี้ไม่มีตัวเลขและดีหรือไม่ดีระบุไว้นะจ้ะ เอาไปลุ้นเลขต่อไม่ได้นะ เซียมซีนี้เป็นเสมือนสารที่เทพเจ้าได้ประทานให้ผู้ที่มาสักการะแต่ละคน รับรองเลยว่าต้องดีแน่นอน พระที่ศาลเจ้าบอกกับเราว่า จริงๆแล้วควรจะเสี่ยงเซียมซีแค่ปีละครั้งเท่านั้น เมื่อได้รับเซียมซีนี้ไปแล้วก็ให้รักษาเป็นอย่างดีเพราะเป็นสารที่เทพเจ้าประทานมาให้นั่นเอง ภายในส่วนของศาลเจ้าChusha...

ร้านสะดวกซื้อ : คู่มือเลือกซื้อชาแบบขวดสำหรับมือใหม่

คนญี่ปุ่นหลงใหลการดื่มชาเป็นที่สุด พวกเขาคิดค้นและผลิตชาหลายชนิด เช่น ชาสำหรับยามเช้า กลางวัน กลางคืน ชาที่ทานกับอาหารมัน ชาที่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ไม่ว่าจะเป็นชาแบบใด คุณสามารถหาซื้อได้อยากง่ายดายที่ Combini หรือ ร้านสะดวกซื้อ มาลองชิมชาแต่ละชนิดที่วางขายตามชั้นสินค้ากัน Ryokucha (ชาเขียว) Ryokucha หรือ ชาเขียว เป็นชาที่ทำจากใบชาเขียวที่ผ่านการอบไอน้ำมาเป็นอย่างดี ชาเขียวญี่ปุ่นที่ผ่านการอบไอน้ำแบบนี้จะให้ความรู้สึกของใบชาที่เข้มข้นมากขึ้น ชาเขียวแบ่งเป็นประเภทหลักๆได้ดังนี้ Sencha: ใบชาที่เก็บในรอบแรก โดยที่ใบชาจะผ่านแสงแดดอย่างเต็มที่ Bancha: ใบชาเกรดด้อยลงมา จะถูกเก็บในรอบถัดมา Gyokuro: ใบชาเกรดดีที่สุดที่ถูกเก็บในรอบแรก โดยใบชาจะถูกแสงแดดจนมีสีไล่กัน โดยปกติแล้วชาชนิดขวดจะไม่ค่อยนิยมใช้ใบชาเกรดดีกัน ยกเว้นชาเขียวยี่ห้อดังอย่าง Oi-Ocha ของบริษัท ITOEN ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่เรื่องผลิตชาลงในขวด...

อาหารญี่ปุ่นนำโชค 5 อย่าง

คนญี่ปุ่นเชื่อว่าถ้ารับประทานอาหารบางอย่างแล้วจะนำความสำเร็จมาให้ ทั้งชื่ออาหารที่นำโชคและอาหารที่เซ่นไหว้เทพเจ้า หากคุณกำลังเหนื่อยกับอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบหรือกำลังจะลงแข่งขันกีฬานัดสำคัญ อาหารเหล่านี้ช่วยคุณได้ ไม่แน่นะคุณอาจมีโชคดีขึ้นมาบ้างก็ได้! 1. Katsudon (ข้าวหน้าหมูทอด) Katsudonอาหารนำโชคสุดคลาสสิกของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากว่าหลายทศวรรษ ในภาษาญี่ปุ่นคำว่า katsu (カツ) นอกจากจะมีหมายความว่า“ชิ้นเนื้อสไลด์ทอด”แล้ว ยังพ้องเสียงกับคำว่า katsu (勝つ) ที่มีหมายความว่า“ชนะ”อีกนั่นเอง 2. Omusubi (ข้าวปั้น) ข้าวปั้นถือเป็นอาหารนำโชคสุดพิเศษของคนญี่ปุ่น ในอดีตชาวนาที่เดินทางไปสักการะเทพเจ้าบนเขา จะทำข้าวปั้นเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายภูเขาพกติดตัวในระหว่างการเดินทางเพื่อนำไปเซ่นไหว้พระเจ้าด้วย 3. พาสต้า พาสต้านับเป็นอาหารนำโชคสมัยใหม่ เนื่องจากเส้นพาสต้ามีลักษณะเส้นยาวคล้ายเส้นโซบะ นอกจากนั้นคำว่าพาสต้ายังออกเสียงใกล้เคียงคำว่า“pass-da!” ซึ่งในภาษญี่ปุ่น มีความหมายว่า “ฉันสอบผ่านแล้ว” นั่นเอง 4. อาหารที่มีลักษณะเหนียวหนืด อาหารประเภทเหนียวหนืดแบบนี้อาจจะไม่ค่อยถูกปากชาวต่างชาติมากนัก ที่ขึ้นชื่อเห็นจะเป็นถั่วnatto (ถั่วเน่า) tororo (มันที่นำมาขูดจนมีลักษณะเหลวและเหนียว) และฝักกระเจี๊ยบ ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายทั้งนั้น ที่เชื่อกันว่าอาหารเหล่านี้นำความโชคดีมาให้เพราะว่าคนญี่ปุ่นเรียกลักษณะการเหนียวหนืดว่า”neba-neba”...

Saitama Triennale 2016

เมืองไซตามะ (ในจังหวัดไซตามะ) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือติดกับโตเกียว แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก ที่นี่อุดมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์และแหล่งท่องเที่ยวอันมีเสน่ห์ชวนให้มาเยือน ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ยังมีการจัดงานนิทรรศการศิลปะนานาชาติสุดพิเศษอย่างงาน Saitama Triennale 2016 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองไซตามะ ในงานนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้ติดตามกัน งาน Saitama Triennale 2016 ภายใต้ธีม “Envisioning the Future!” ในงานนี้จะได้เพลิดเพลินไปกับผลงานของศิลปินทั่วโลกโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า นอกจากนี้ยังจัดแสดงผลงานทั้งในสถานจัดแสดงและนอกสถานที่ด้วย โดยจุดเด่นของงานนี้คือการนำเสนอเอกลักษณ์ของเมืองไซตามะผ่านทางผลงานศิลปะ ทั้งความสำคัญของสายน้ำที่เป็นประหนึ่งหัวใจของทุกชีวิต รวมไปถึงวัฒนธรรมและแง่มุมในวิถีชีวิตประจำวันของคนที่อาศัยอยู่ในเมืองไซตามะ งานนี้จัดแสดงทั้งส่วนในสถานที่และนอกสถานที่ทำให้เพลินเพลินได้หลายรูปแบบ ในงานนี้เองศิลปินชื่อดังของเมืองไทยอย่างคุณตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิต ก็พาตัวการ์ตูนยอดฮิตอย่างน้องมะม่วงมาร่วมงานด้วย น้องมะม่วงก็ได้รับเกียรติให้เป็นตัวการ์ตูนของงานอีกด้วย เราจึงมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณตั้มในงานนี้กัน จึงนำบทสัมภาษณ์ทั้งเกี่ยวกับงาน Saitama Triennale 2016...

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 2

ตามติดชีวิตนินจา รอบที่แล้วฝึกจิตฝึกใจกันเสร็จ ก็ได้เวลามาเรียนรู้วิธีนินจากันเลย!! เมื่อเดินออกจากOkushaกลับมายังถนนก็สามารถข้ามมาที่ Togakushi Folk Museum, Togakushi Ninja Museum, Ninja Karakuri Yashiki (บ้านนินจา)ได้เลย ทั้ง3ที่นี้ตั้งอยู่ในส่วนเดียวกัน ขึ้นชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์นินจารับรองได้เลยว่าไม่ธรรมดาแน่ๆ   เริ่มจากมาเก็บเกี่ยวเกร็ดความรู้ประดับสมองกันก่อน ด้วยการชมพิพิธภัณฑ์กันที่ Togakushi Folk Museum ที่จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้แบบวิถีชาวบ้านของTogakushi ส่วนมากจะเป็นเครื่องมีทางเกษตรกรรมและของใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อมาก็เดินไปชม Togakushi Ninja Museumกันต่อ พิพิธภัณฑ์ในส่วนนี้จัดแสดงอยู่ในบ้าน2ชั้น ด้านล่างเป็นเหมือนบ้านทั่วไปแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ส่วนชั้นบนจะจัดแสดงเกี่ยวกับนินจา ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของนินจาแบบ Togakushi ข้าวของเครื่องใช้ของนินจา เช่น ดาวกระจาย ระเบิดควัน(พึ่งรู้เหมือนกันว่าอยู่ในเปลืองไข่หรือเปลือกถั่ววอลนัท) ชุดอาวุธ เครื่องแต่งกาย...

ตามรอยนินจา ณ Togakushi, Nagano 4

หมู่บ้านนินจารุ่นจิ๋ว เนื่องจาก Togakushi เป็นเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของนินจาแห่งTogakushi เลยขอเติมฝันวัยเด็กมาท่อง Kids’ Ninja Village หรือหมู่บ้านนินจารุ่นจิ๋วกัน เริ่มจากไปแปลงร่างเป็นนินจาก่อนเลย เพราะที่นี่มีบริการเช่าชุดทั้งสำหรับเด็ก (400 เยน)และผู้ใหญ่ (800 เยน) สามารถใส่เป็นครอบครัวนินจาได้ สำหรับนินจารุ่นจิ๋วก็สามารถฝึกวิชานินจาได้ที่นี่ เช่น ปาดาวกระจาย ไต่สะพานไม้ ไต่กำแพง บ้านนินจา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโชว์เด็ดๆของนินจาด้วย จนนินจารุ่นจิ๋วอาจจะสนุกเสียใจไม่อยากถอดชุดกลับบ้านเลย นอกจากนี้ภายในบริเวณ Kids’ Ninja Village ยังมีส่วนจัดแสดงของสะสมเกี่ยวกับนินจา เรียกว่า Ninpohkan บอกเลยว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าไปต้องร้องโอ้โห! ให้กับของสะสมทุกชิ้นเป็นแน่ เพราะมีจัดแสดงทั้งตุ๊กตาตัวการ์ตูนนินจาจากเรื่องต่างๆ...